งสองพักผ่อนกันไปก่อน พวกเราจะไปหาของกินกลับมาให้” โอวหยางเฟยพูด
“ไม่ต้องหรอก ข้ามีอยู่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เช่นนั้นพวกเราไปหาน้ำกลับมาสักหน่อยแล้วกัน”
“ข้าก็มีเช่นกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แล้วฟืนเล่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์อยากจะพูดว่ามีแล้วเช่นกัน แต่ไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเธอเป็นโดราเอมอนที่มีทุกอย่าง ดังนั้นจึงยิ้มพลางส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาฟืนก่อนนะ” โอวหยางเฟยพูดแล้วออกไป
“พวกเราอยู่ใกล้ๆ นี่เอง หากมีเรื่องอันใดพวกเจ้าตะโกนดังๆ พวกเราก็จะกลับมาหาเลย”
พูดจบเว่ยจือฉีและเจ้าอ้วนชวีก็ออกไปเช่นกัน
“นี่พวกเขาเป็นอะไรกันไปหมด” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นคนทั้งสามที่รีบรุดออกไป จึงมองเป่ยกงถังอย่างไม่เข้าใจ
“แค่กๆ คาดว่าคงมีเรื่องอันใดที่ไม่สะดวกใจจะพูดกระมัง” เป่ยกงถังพูด
“เรื่องที่ไม่สะดวกใจจะพูด นั่นคือไปทำธุระส่วนตัวหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าอย่างเข้าใจ
มนุษย์มีเรื่องเร่งด่วนอยู่สามประการ เรื่องพรรค์นี้มีตรงไหนที่พูดไม่ได้กัน ซือหม่าโยวเย่ว์แอบเหยียดหยามพวกเขาทั้งสามอยู่ในใจ
แต่สิ่งที่เธอนึกไม่ถึงก็คือก่อนหน้านี้ตัวตนของเธอเป็นบุรุษ พวกเขาจึงพูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าเธอโดยไม่คิดอะไร ตอนนี้เมื่อนึกถึงว่าเธอเป็นอิสตรี พวกเขาย่อมละอายใจเป็นธรรมดา
“เป่ยกง ได้ผลอสรพิษทองคำมาแล้ว เจ้ารีบเอาให้สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของเจ้ากินเสียสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“อืม” เป่ยกงถังพยักหน้า ความคิดวูบไ