“ท่านประมุขตระกูล ผลอสรพิษทองคำก็หมดสิ้นไปเช่นนี้น่ะหรือขอรับ” ผู้อารักขาของตระกูลน่าหลานมายังข้างกายน่าหลานเหอ ตอนนี้พวกเขายังคงรู้สึกว่าตนกำลังอยู่ในห้วงความฝัน เมื่อครู่ยังลงมือหนักหน่วงกับผู้อื่นเพื่อผลอสรพิษทองคำอยู่เลย เพียงพริบตาของสิ่งนี้ก็หมดสิ้นไปเสียแล้วหรือ
“ถ้าหากคนผู้นั้นมิใช่จ้าววิญญาณ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับราชันวิญญาณขั้นสูง มิฉะนั้นจะใช้เคล็ดวิชาลับยกระดับพลังยุทธ์ไปถึงระดับจ้าววิญญาณได้อย่างไรกัน คนเช่นนี้ยังมีสัตว์อสูรวิเศษบินได้อยู่เคียงข้างกายอีกด้วย เจ้าจะไปชิงมาหรือไม่เล่า” น่าหลานเหอคิดว่าคราวนี้เสียแรงเปล่าแล้ว ในใจจึงเกิดเพลิงโทสะลุกโชน แล้วบันดาลโทสะใส่ผู้อารักขาแทน
“ข้าน้อยมิกล้าขอรับ” ผู้อารักขารีบประสานมือคำนับพลางเอ่ยขึ้น
“ไปเก็บข้าวของกลับ ไปจากหุบเขานี่กันก่อนดีกว่า” น่าหลานเหอออกคำสั่ง
“ขอรับ ท่านประมุขตระกูล”
คนของตระกูลน่าหลานจากไปอย่างรวดเร็ว คนอื่นๆ ก็ทยอยกันออกไปจากยอดเขาแห่งนี้ ถึงแม้ว่าการเดินทางในยามราตรีจะไม่ปลอดภัย แต่การรั้งอยู่ที่นี่นั้น ไม่แน่ว่าบรรดาสัตว์อสูรวิเศษเบื้องล่างเหล่านั้นอาจคลุ้มคลั่งขึ้นมาแล้วโจมตีพวกเขา ก็คงลำบากไม่น้อยเลย
ผู้ที่มิได้ขยับตัวเลยมีอยู่สองคน หนึ่งคือซือหม่าเลี่ย อีกคนคือชิงอู๋หยา
ซือหม่าเลี่ยยืนอยู่ที่ยอดเขา มองไปยังทิศทางที่ซือหม่าโยวเย่ว์จากไป เขารู้สึกคุ้นเคยกับเงาร่างสายนั้นอยู่บ้าง แต่กลับนึกไม่ออกว่า