ที่มนุษย์ช่วงชิงซากศพ ต่อให้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันกับตน พวกมันก็ยังไม่ยินยอมภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
ตอนนี้สัตว์อสูรวิเศษมีมากกว่า ต่อให้คนเหล่านั้นมีความคิด แต่ก็ยังเลือกจากไปอยู่ดี
ซือหม่าโยวเย่ว์ขี่เจ้าวิหคน้อยบินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของพื้นที่รอบนอก นั่งบนหลังมันแล้วมองลงมาเบื้องล่าง ทัศนียภาพของเทือกเขาผู่สั่วภายใต้แสงจันทร์นั้นไม่เลวเลย
หลังออกห่างจากหุบเขามาไกลแล้ว หมัวซาจึงเก็บพลังของตนเองกลับมาแล้วเอ่ยว่า “ข้ากลับก่อนนะ วิญญาณของข้าไม่เสถียรมาโดยตลอด ตอนนี้ยังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ช่วงนี้มิอาจมอบพลังให้เจ้าได้อีกแล้ว”
เมื่อได้ฟังเสียงที่อ่อนแออยู่บ้างของหมัวซา ซือหม่าโยวเย่ว์จึงถามอย่างกังวลใจว่า “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสใช่หรือไม่”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า พอได้ซึมซับไอพลังที่ต้นผลอสรพิษทองคำแผ่ออกมาสักระยะหนึ่งก็ใช้ได้แล้ว” หมัวซาพูด “รอคราวหน้าที่ข้าออกมา ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกแล้วล่ะ”
“เช่นนั้นท่านอยากจะกินผลอสรพิษทองคำสักผลหนึ่งหรือไม่เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ไม่ต้อง ข้าไม่กินหรอก ตอนนี้วิญญาณของข้าทนรับพลังที่ปะทุออกมาจากผลอสรพิษทองคำไม่ไหวอยู่แล้ว” หมัวซาพูด “แต่ถ้าหากเจ้าอยากให้ข้าฟื้นฟูได้เร็วๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีหรอกนะ”
“วิธีอะไรหรือ”
“หลอมยาวิเศษ” หมัวซาพูด “ขอเพียงแค่เจ้าสามารถหลอมยาวิเศษที่มีประโยชน์ต่อวิญญาณออกมาได้ ข้าก็จะฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้