นแล้วล่ะนะ”
“ข้าจะหลอมยาวิเศษศาสตร์มืดออกมาได้อย่างไรกันเล่า” เดิมทีตอนซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังว่ามีวิธีก็ยังตื่นเต้นยินดีอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินเขาพูดถึงยาวิเศษศาสตร์มืดจึงพูดอย่างท้อใจ
“เจ้าลืมองค์ประกอบร่างกายของเจ้าไปเสียแล้วหรือ” หมัวซาพูด
“ร่างมารสว่างหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เข้าใจ นี่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับการหลอมยาวิเศษศาสตร์มืดด้วยหรือ
“คนที่ครอบครองร่างมารนั้นซึมซับปราณวิญญาณธาตุมืดได้ ขอเพียงแค่มีปราณวิญญาณธาตุมืด แล้วใส่มันเข้าไปตอนที่เจ้าผนึกยา ก็จะกลายเป็นยาวิเศษศาสตร์มืดได้แล้ว” หมัวซาพูด
“หืม ข้าดูดซับปราณวิญญาณธาตุมืดได้ด้วยหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างตกใจ “เช่นนั้นยาวิเศษระดับใดจึงมีประโยชน์กับท่านเล่า”
“อย่างน้อยขั้นหก” หมัวซาพูด “ตอนนี้เจ้าหลอมได้เพียงแค่ขั้นหนึ่งเท่านั้น คิดอยากจะหลอมยาวิเศษที่มีส่วนช่วยเหลือข้าได้นั้นยังเร็วเกินไปมากนัก”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบจมูกแล้วพูดว่า “ตอนนั้นท่านเจตนาออกมาชี้แนะข้าเรื่องการหลอมยา เพราะมีจุดประสงค์เช่นนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่”
เธอว่าแล้วเชียว ตอนนั้นที่เขาสัมผัสได้ว่าตนเป็นร่างมารสว่าง เหตุใดจึงเต็มใจเปิดเผยสายสัมพันธ์การทำพันธสัญญาระหว่างทั้งสองคน ทั้งยังสอนเธอหลอมยาอย่างกระตือรือร้นเช่นนั้นอีกด้วย ที่แท้ก็คิดว่าในภายภาคหน้าตนจะสามารถหลอมยาวิเศษศาสตร์มืดที่มีประโยชน์ต่อเขาได้นี่เอง!
………………………