ลงบินเข้ามาหาตน สองตาปิดลงแล้วผล็อยหลับไปในทันที
เมื่อรู้สึกได้ว่านกน้อยบนไหล่ร่วงหล่นลงไป ซือหม่าโยวเย่ว์ก็โยนตัวเจ้าคำรามน้อยทิ้งแล้วเอื้อมมือไปรับตัวเจ้านกน้อยเอาไว้
“เย่ว์เย่ว์ เจ้าลำเอียงนี่!” เจ้าคำรามน้อยคำราม
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาใส่มันทีหนึ่ง หลังจากนั้นจึงมองนกน้อยในมือพลางเอ่ยว่า “เหตุใดมันจึงหมดสติไปเสียแล้วเล่า”
เว่ยจือฉีเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “คงจะเป็นเพราะยาล่อหลอกเมื่อครู่เป็นเหตุกระมัง”
ชิงอู๋หยาประสานมือคำนับพวกเขาพลางเอ่ยว่า “อู๋หยาขอขอบคุณบุญคุณช่วยชีวิตของทุกท่านในวันนี้ ในภายหน้าหากมีความประสงค์อันใดได้โปรดบอกอู๋หยา อู๋หยาไม่มีทางลังเลใจอย่างแน่นอน!”
“พี่ใหญ่ชิงพูดเกินไปแล้ว” เว่ยจือฉียกสองมือขึ้นรับแล้วเอ่ยว่า “แต่เหตุใดพี่ใหญ่ชิงจึงยังอยู่ที่เทือกเขาผู่สั่วอีกเล่า”
“อีกประเดี๋ยวข้าค่อยเล่าให้พวกเจ้าฟังก็แล้วกัน ตอนนี้พวกเราไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่านะ” ชิงอู๋หยาพูด
ทหารรับจ้างอย่างพวกเขาคลุกคลีอยู่ที่เทือกเขาผู่สั่วมานานปี ย่อมรู้ดีว่ากลิ่นคาวเลือดนี้อาจเป็นเหตุดึงดูดสัตว์อสูรวิเศษตนอื่นๆ เข้ามาอีกก็เป็นได้
คนทั้งห้าเร่งฝีเท้าไปจากที่ตั้งค่ายพักแรมแห่งนี้ ชิงอู๋หยาเดินไปพร้อมกับเล่าเรื่องว่าเหตุใดตนจึงมาอยู่ที่นี่ได้
อันที่จริงแล้วภารกิจในครั้งก่อนของพวกเขาสำเร็จเสร็จสิ้นไปตั้งแต่สิบวันก่อนแล้ว ต่อมาพวกเขากลุ่มทหารรับจ้างรับภารกิจที่สองเพื่อพาคนของตระกูลใหญ่กลุ่