ยังอาจจะไปล่อสัตว์อสูรวิเศษที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามาก็เป็นได้ ในเมื่อรู้แล้วว่าพวกเขามิอาจเอาชีวิตรอดได้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายหรอก”
“พี่ใหญ่พูดได้ถูกต้อง”
“พวกเรามาที่นี่ก็มีภารกิจของตัวเองอยู่ จัดการซือหม่าโยวเย่ว์เรียบร้อย พวกเราก็ควรไปทำภารกิจของพวกเราให้เสร็จสิ้นได้แล้วสิ! ไปกันเถิด” พี่ใหญ่ชุดดำพูดจบแล้วก็นำทางพรรคพวกของตนเดินมุ่งหน้าไปยอดเขาอีกแห่งหนึ่ง
ที่อีกด้านหนึ่ง พวกโอวหยางเฟยเก็บตัวสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของตนกลับเข้าไปในมิติพันธสัญญา ประคับประคองกันและกันออกจากป่าที่ทำการต่อสู้เมื่อครู่
เดินไประยะหนึ่งก็มาถึงริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อเห็นพื้นที่ว่างริมน้ำ ซือหม่าโยวเย่ว์ก็พูดว่า “ที่นี่อยู่ห่างจากพื้นที่การต่อสู้มาไกลพอสมควรแล้ว พวกเรามาล้างแผลที่นี่กันสักหน่อยก่อนเถิด”
“ดีเลย” เว่ยจือฉีประคองตัวเจ้าอ้วนชวีให้นั่งลงบนก้อนหินใหญ่ริมแม่น้ำก้อนหนึ่งก่อนที่ตนจะนั่งลงข้างๆ
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะกินยาวิเศษที่ซือหม่าโยวเย่ว์ให้ลงไปแล้ว แต่ยารักษาบาดแผลขั้นหนึ่งออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า ทั้งยังมีผลลัพธ์ไม่ค่อยดีนัก มิอาจทำให้บาดแผลสมานตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น
โอวหยางเฟยมาที่ริมแม่น้ำแล้วถอดเสื้อชิ้นบนออกก่อนจะเริ่มต้นชำระล้างบาดแผลบริเวณท่อนบนของร่างกาย ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบตามองก็พบว่าบนร่างของเขามีรอยแผลเป็นมากมายกระจัดกระจายไปทั่ว
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเอาอ่างใบหนึ่งออกมา เธอมาท