ซือหม่าเลี่ยส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าเคยถามตาแก่ที่วิทยาลัยผู้นั้นแล้ว ทว่าแม้กระทั่งเขาเองก็ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเฟิงจือสิงเช่นกัน รู้เพียงแค่ว่าเขาน่าจะเป็นคนที่มาจากที่อื่น ทั้งยังมาเพราะโยวเย่ว์อีกด้วย”
“มาเพราะน้องห้าอย่างนั้นหรือ”
“อืม” ซือหม่าเลี่ยพูด “โยวเย่ว์พกป้ายชีวิตอันหนึ่งติดตัวเอาไว้ด้วย สิ่งของอย่างป้ายชีวิตนั้นมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมีได้ โดยทั่วไปแล้วต้องเป็นคนที่อยู่ในตระกูลใหญ่เท่านั้นจึงจะมีได้ นอกจากนี้ยังต้องวางอยู่ในโถงบรรพบุรุษของตระกูลอีกด้วย โยวเย่ว์มีป้ายชีวิต แต่กลับถูกบิดาของเขานำออกมา มิได้วางอยู่ที่โถงบรรพบุรุษ ชี้ให้เห็นว่าตัวตนของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่ แต่กลับไม่ปลอดภัย”
พูดถึงป้ายชีวิตของซือหม่าโยวเย่ว์ สองพี่น้องซือหม่าโยวเล่อต่างนึกไปถึงช่วงเวลาหลายเดือนที่ซือหม่าโยวเย่ว์หายสาบสูญไป พวกเขาอาศัยป้ายชีวิตที่สมบูรณ์นั่นหล่อเลี้ยงจิตใจ จึงไม่วิปลาสไปเสียก่อน
“คล้ายว่าที่โลกแห่งนี้ของพวกเราจะไม่เคยได้ยินว่ามีคนที่ครอบครองของอย่างป้ายชีวิตนี้มาก่อนเลยนะ” ซือหม่าโยวเล่อพูด
“ใช่ คนของโลกแห่งนี้ย่อมไม่มีทางสร้างมันขึ้นมาได้อยู่แล้ว” ซือหม่าเลี่ยพูด “ไม่มีแม้กระทั่งวัตถุที่ใช้หลอมป้ายชีวิต ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าต้องใช้พลังยุทธ์อันแข็งแกร่งเลย”
“ดังนั้นตัวตนของน้องห้า อาจจะมิใช่คนของโลกแห่งนี้อย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวหมิงถาม