“นี่เป็นเพียงแค่การคาดเดาของข้าเท่านั้นเอง” ซือหม่าเลี่ยพูด “แต่ตอนที่เฟิงจือสิงมาที่บ้านแล้วต้องการดูป้ายชีวิตของโยวเย่ว์ได้พูดมาประโยคหนึ่งว่าเขาได้อยู่ตอนที่สร้างป้ายชีวิตของโยวเย่ว์ด้วย บ่งชี้ว่าเขาก็น่าจะเป็นคนของสถานที่แห่งนั้นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังรู้ตัวตนที่แท้จริงของโยวเย่ว์อีกด้วย!”
“เช่นนั้นเขาจะบอกตัวตนที่แท้จริงของน้องห้าให้น้องห้ารู้หรือไม่” ซือหม่าโยวหมิงขมวดคิ้ว
“ตอนนี้น่าจะยังหรอก” ซือหม่าเลี่ยพูด “ข้าดูท่าทางของเขาแล้วเหมือนจะมาคอยดูชีวิตของโยวเย่ว์มากกว่า มิได้คิดจะมาบอกความจริงเรื่องของเขาหรอก”
ได้ยินซือหม่าเลี่ยพูดเช่นนี้ ซือหม่าโยวหมิงและซือหม่าโยวเล่อก็พากันถอนหายใจ ต่อให้ซือหม่าโยวเย่ว์มิใช่น้องในไส้ของพวกเขา แต่ใช้ชีวิตด้วยกันมานานปีถึงเพียงนี้ ทั้งยังมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง พวกเขาย่อมไม่อยากให้มีใครมาทำลายชีวิตเช่นนี้อยู่แล้ว
“เอาละ โยวเล่อ เจ้ากลับไปที่วิทยาลัยได้แล้ว ข้ากับโยวหมิงจะปรึกษากันสักหน่อยว่าจะจัดการกับตระกูลน่าหลานเช่นไรดี” ซือหม่าเลี่ยพูด
“ได้ขอรับ หากมีเรื่องอันใดอยากให้ข้าทำก็ต้องบอกข้าด้วยนะ ข้าก็เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลซือหม่าเช่นกัน!” ซือหม่าโยวเล่อพูดอย่างจริงจัง
“ภารกิจของเจ้าในตอนนี้ก็คือฝึกยุทธ์ให้ดีๆ และดูแลน้องห้าตอนอยู่ในวิทยาลัยก็พอแล้ว” ซือหม่าโยวหมิงตบบ่าซือหม่าโยวเล่อ