ด้ส่งเจ้าคำรามน้อยออกมาสังเกตการณ์เหอชิวจือตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว
“เย่ว์เย่ว์ ตอนนี้หญิงเลวผู้นั้นออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีคนอื่นมาเลย!” เจ้าคำรามน้อยบอกสถานการณ์
เมื่อได้ฟังเจ้าคำรามน้อยพูด อีกสองคนต่างเบิกตาโต
พวกเขาคิดมาตลอดว่าเจ้าคำรามน้อยเป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงที่ซือหม่าโยวเย่ว์เลี้ยงเอาไว้ เมื่อนึกถึงว่ามันพูดจาได้ เช่นนั้นอย่างน้อยมันต้องเป็นสัตว์อสูรวิเศษระดับสัตว์อสูรทิพย์เลยน่ะสิ!
ซือหม่าโยวเย่ว์อุ้มเจ้าคำรามน้อยเอาไว้พลางพูดกับเจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีว่า “พวกเราไปหาที่ซ่อนตัวกันสักที่หนึ่งก่อนดีกว่า ไม่แน่ว่าอีกครู่หนึ่งคนเบื้องหลังเหอชิวจืออาจจะมาแล้วก็ได้”
“ได้สิ”
ทั้งสามคนเห็นว่าที่ศาลาพักร้อนริมทะเลสาบมีภูเขาจำลองอยู่อันหนึ่ง จึงค่อยๆ เคลื่อนตัวไปอยู่หลังภูเขาจำลอง รอการมาถึงของคนผู้นั้นพร้อมกันกับเหอชิวจือที่อยู่ในศาลาพักร้อน
เหอชิวจือมองออกไปนอกศาลาพักร้อนอยู่ตลอดพลางเดินไปเดินมาอย่างร้อนรน ผ่านไปครู่หนึ่ง เงาร่างสายหนึ่งจึงค่อยๆ เดินเข้ามา
“คุณหนูน่าหลาน ในที่สุดท่านก็มาแล้ว!” เมื่อเหอชิวจือเห็นผู้ที่นางรอมาถึงแล้วจึงเข้าไปต้อนรับ
น่าหลานหลานเหลือบตามองเหอชิวจือที่สีหน้าร้อนรนนัก ก่อนจะเดินตรงไปยังศาลาพักร้อนแล้วนั่งลง หลังจากนั้นจึงถามว่า “พูดมาสิว่าเรียกข้าออกมาดึกดื่นเช่นนี้ทำไม”
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังของเหอชิวจือผู้นี้จะเป็นน่าหลานหลาน หญิงส