ับวิญญาณของข้าหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ที่จริงก็ได้อยู่หรอก แต่ตอนนี้ยังไม่ได้น่ะสิ” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“เพราะเหตุใดกัน”
“เพราะว่าภายในนี้มีวิญญาณดวงหนึ่งอาศัยอยู่แล้วน่ะสิ” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“มีวิญญาณดวงหนึ่งอาศัยอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ชูศิลาวิญญาณขึ้นสูงแล้วหรี่ตามองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรพิเศษ
“ช่างโง่เหลือเกิน ก็บอกว่าเป็นวิญญาณอย่างไรเล่า แล้วเจ้าจะไปมองเห็นได้อย่างไรกัน!” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรกันว่าในนี้มีวิญญาณอาศัยอยู่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ข้าเป็นราชันแห่งศิลาวิญญาณเชียวนะ ย่อมมีสัมผัสไวต่อวิญญาณมาตั้งแต่เกิด ถ้าในนี้มีวิญญาณดวงหนึ่งอาศัยอยู่ ข้าต้องรู้แน่นอนอยู่แล้ว” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“เอาเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์กุมศิลาวิญญาณในมือเอาไว้แล้วพูดว่า “เช่นนี้ก็หมายความว่ามีวิญญาณดวงหนึ่งชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว ดังนั้นตอนนี้ข้าจึงไม่อาจใช้สิ่งนี้ได้แล้วสินะ”
“ก็ประมาณนั้นแหละ” เจ้าวิญญาณน้อยตอบ “แม้แต่การทำพันธสัญญากับข้ายังไม่อาจซ่อมแซมวิญญาณของเจ้าได้อย่างสมบูรณ์เลย เจ้าก้อนหินก้อนสองก้อนนี่ก็คงจะไม่มีประโยชน์อันใดกับเจ้าเหมือนกัน”
“เช่นนั้นภายในนี้มีวิญญาณใดอยู่หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์โยนก้อนหินไปมา คิดจะโยนให้วิญญาณข้างในตื่นขึ้นมา
“เจ้ามาถามข้าแล้วข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ตั้งแต่เขาเข้าไปก็ยังไม่เคยออกมาเลย!” เจ้าวิ