่”
“ไม่มีเลยขอรับ” อูหลิงอวี่พูดอย่างมั่นใจ “ถึงอย่างไรดินแดนอี้หลินก็เป็นดินแดนระดับต่ำสุดของพวกเราแล้ว การที่จะมีผู้เปี่ยมพรสวรรค์โผล่มาสักคนหนึ่งนั้นก็ยังยากเย็นยิ่งกว่าปีนป่ายท้องฟ้าเสียอีก”
ถ้าหากพูดถึงหญิงสาวที่น่าสงสัยแล้วล่ะก็ เขาก็นึกถึงซือหม่าโยวเย่ว์ แต่เขาก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้ออกมาอยู่แล้ว
“ต่อให้เป็นเช่นนี้ก็มิอาจชะล่าใจได้หรอกนะ” ประมุขตำหนักพูด
“ข้าเข้าใจดีขอรับ” อูหลิงอวี่ก้มศีรษะลงน้อยๆ คล้ายกับว่าใส่ใจรับฟังคำพูดของเขาอย่างไรอย่างนั้น
“ร่างกายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ประมุขตำหนักถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“เรียนท่านประมุขตำหนัก ยังคงเป็นเช่นเดิมเลยขอรับ ท่านอาจารย์บอกว่ายังคงเสาะหาวิธีแก้ไขให้ข้าอยู่” อูหลิงอวี่เอ่ยตอบ
ประมุขตำหนักหยิบขวดหยกใบหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บวัตถุแล้วพูดว่า “นี่คือยาวิเศษที่ข้าให้คนค้นคว้าทดลองออกมา มีฤทธิ์บำรุงวิญญาณเป็นอย่างดียิ่ง เจ้าเอาไปใช้เสียสิ”
อูหลิงอวี่ลุกขึ้น สองมือรับขวดหยกมาพลางเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านประมุขตำหนักที่เมตตาขอรับ”
“เจ้าคือผู้วิเศษที่ข้าเลือกมาด้วยตัวเอง ทั้งยังจะเป็นผู้สืบทอดของข้าด้วย ข้าก็ต้องใส่ใจเจ้ามากหน่อยอยู่แล้วสิ” ประมุขตำหนักพูดพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “ต่อจากนี้ไปหากมีเรื่องอันใดเจ้าก็ใช้คนเบื้องล่างไปตรวจดูก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องไปด้วยตัวเองหรอกนะ”
“ข้าทราบแล้วขอรับ”
“เอาละ เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด” ประมุขตำหนักพูดพลางโบกไม้โ