บกมือ
“ขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
“ไปเถิด อย่าลืมใช้ยาวิเศษนั่นด้วยล่ะ” ประมุขตำหนักเอ่ยกำชับ
“ขอรับ ข้าจะกลับไปกิน” อูหลิงอวี่พูด “หลิงอวี่ขอตัวก่อนนะขอรับ”
อูหลิงอวี่หมุนกายออกไปจากตำหนักใหญ่ ตอนอยู่ที่ประตูใหญ่ก็มีเสียงของประมุขตำหนักลอยมาจากด้านหลัง
“อีกไม่กี่วันนารีทิพย์ก็จะกลับมาจากเบื้องบนแล้ว ถึงตอนนั้นเจ้าก็พาคนไปต้อนรับสักหน่อยด้วยล่ะ”
เมื่อนึกถึงหญิงสาวที่หนังหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมือง เอาแต่เกาะแกะตนตลอดวันผู้นั้นแล้วอูหลิงอวี่ก็ร่างกายแข็งเกร็ง แต่ก็ยังได้สติกลับมาแล้วพูดว่า “ขอรับ”
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ เทือกเขาผู่สั่วแห่งดินแดนอี้หลิน ซือหม่าโยวเย่ว์ขี่ย่ากวงหนีสะบักสะบอมออกมา เดิมทีคิดว่าพอออกมาจากเทือกเขาก็ใช้ได้แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะไล่ตามเธอมาอีกหลายร้อยลี้และเมืองที่อูหลิงอวี่บอกว่าอยู่ห่างออกไปไม่ไกลแห่งนั้น เธอขี่ย่ากวงวิ่งมากว่าครึ่งวันจึงจะมองเห็น“ระยะทางไกลถึงเพียงนี้ ก็คือสถานที่ที่เขาบอกว่าไม่ไกลอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บตัวย่ากวงเข้าไปภายในมณีวิญญาณ “คราวหน้าถ้าหากให้ข้าได้พบเจอเขาอีก ข้าจะต้องถลกหนังเขาออกมาอย่างแน่นอน!”เธอเข้ามาในเมือง เมื่อผู้คนได้เห็นท่าทางสะบักสะบอมของเธอแล้วไม่เพียงแต่จะไม่หัวเราะเยาะเท่านั้น แต่กลับแสดงท่าทีเคารพนับถือเสียด้วยซ้ำ“ขอถามหน่อยว่าจะไปสมาคมปรมาจารย์วิญญาณได้อย่างไร” ซือหม่าโยวเย่ว์รั้งตัวคนบนถนนคนหนึ