ให้คนรู้สึกว่าเป็นคนน่าศรัทธาหาใดเปรียบคนหนึ่ง แต่ว่าตอนนี้กลับแผ่กลิ่นอายตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ความแตกต่างนี้…มหาศาลนัก!
ถ้าหากไม่ได้เห็นเองกับตา เธอย่อมไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอนว่านี่คือคนคนเดียวกัน
“ตอนนี้เจ้าคงจะพาข้าไปด้วยได้แล้วสินะ” อูหลิงอวี่ถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์สงสัยอยู่ตลอดว่าถ้าหากตนพาเขาไปด้วย เขาก็อาจจะล่วงรู้เรื่องที่ตนทำพันธสัญญากับย่ากวงแล้วเข้าก็เป็นได้
“เจ้าวางใจเถิด ข้าเห็นอะไรก็ไม่มีทางพูดออกไปหรอกน่า” อูหลิงอวี่พูด “เพราะว่านี่ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าพูดเลย”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองอูหลิงอวี่ สัญชาตญาณบอกเธอว่าเขาไม่ได้โกหก จึงพูดว่า “เช่นนั้นท่านก็มาเถิด แต่ว่าพอท่านไปด้วยแล้วข้าก็ไม่มีเวลามาคอยดูแลท่านหรอกนะ”
“ไม่เป็นไร” อูหลิงอวี่แย้มยิ้ม ด้วยพลังยุทธ์อันต่ำต้อยเพียงเท่านี้ หากนางคิดจะปกป้องเขา ก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยจริงๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์นำทางเขาออกไปข้างนอกแล้วเรียกย่ากวงออกมา ก่อนที่ตนเองจะขึ้นนั่งบนหลังของมันแล้วหันหน้าไปมองอูหลิงอวี่พลางเอ่ยว่า “ขึ้นมาสิ”
อูหลิงอวี่คิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะยังมีสัตว์อสูรทิพย์ที่ทำพันธสัญญากันอยู่อีกตนหนึ่งด้วย
พลังยุทธ์อย่างนาง มิใช่ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรวิเศษได้เพียงแค่ตนเดียวหรอกหรือ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าการทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเทพโบราณสักตนนั้นจำเป็นจะต้องใช้พลังมากกว่าอย่างมหาศาล ในสถานการณ์เช่นนี้นางยังทำพันธสัญญากับสัตว์อ