สูรวิเศษตนอื่นได้อีกด้วย ดูท่าทางพลังจิตของนางจะต้องแกร่งกล้าเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเขายืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวจึงคิดขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ชอบใกล้ชิดกับผู้อื่น จึงเอ่ยว่า “ถ้าหากท่านไม่อยากขึ้นมาละก็ เช่นนั้นก็กลับไปเสียเถิด”
พูดจบแล้วเธอก็แย้มยิ้มขึ้นมา
ในขณะที่เธอเตรียมจะให้ย่ากวงเดินไปนั้นเอง ทันใดนั้นช่วงเอวก็ถูกคว้าเอาไว้ มือใหญ่คู่หนึ่งโอบเข้ามา
“ตอนนี้ข้าใช้พลังวิญญาณไม่ได้ เจ้าต้องจับข้าเอาไว้ให้แน่นๆ ล่ะ” อูหลิงอวี่นั่งอยู่ด้านหลังซือหม่าโยวเย่ว์พลางกระซิบข้างหูเธอ
ซือหม่าโยวเย่ว์ใบหน้าเคร่งขรึม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หันไป แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงรอยยิ้มลำพองใจบนใบหน้าของเขาแล้ว
“ท่านต่างหากที่ต้องจับข้าไว้แน่นๆ ย่ากวง ไปได้” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่งเสียงเฮอะเยียบเย็นเสียงหนึ่ง ย่ากวงก็เร่งฝีเท้าวิ่งออกไป มุ่งหน้าไปยังบริเวณรอบนอกของเทือกเขาผู่สั่วตามเส้นทางเมื่อวานนี้
เมื่อถึงรอบนอกแล้วเธอก็เก็บตัวย่ากวงลงไป อูหลิงอวี่มองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบคราหนึ่งแล้วจึงถามว่า “เจ้ามาที่นี่ทำไมกัน”
“อีกประเดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่อีกเดี๋ยวท่านจะต้องอยู่ให้ห่างจากข้าหน่อยนะ มิฉะนั้นหากได้รับบาดเจ็บอันใดข้าก็ไม่รับผิดชอบด้วย”
อูหลิงอวี่ไม่เข้าใจอยู่บ้าง แต่เพียงไม่นานก็ได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่ซือหม่าโยวเย่ว์มาถึงที่นี่แล้ว
ที่ซือหม่าโยวเย่ว์เผชิญในคราวนี้คืองูหางกระดิ่งตัวหน