งงูหางกระดิ่งยืดตรงขึ้นมาหมายจะสะบัดซือหม่าโยวเย่ว์ลงไป เธอรีบยื่นมือซ้ายออกมาคว้าลำตัวงูเอาไว้ ส่วนมือขวาดึงกริชออกมาแล้วแทงเข้าไปอย่างแรงอีกครั้ง
คราวนี้เธอใช้กำลังแทงกริชลงไปจนสุดตัว งูหางกระดิ่งดิ้นรนอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ล้มลงไปข้างๆ อย่างช้าๆ
ผ่านการต่อสู้อันยากลำบากรอบหนึ่ง เธอก็หมดสิ้นกำลังแล้วเอนกายลงไปบนพื้นกับร่างงูนั้น
อูหลิงอวี่เดินเข้ามาช้าๆ แล้วมองดูซือหม่าโยวเย่ว์ที่นอนจมกองเลือดพลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วงอยู่
การต่อสู้ของเธอเมื่อครู่นี้ทำให้เขาพรั่นพรึงไม่น้อยเลย เมื่อเห็นเธอฝึกฝนอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจของเขาก็ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างรุนแรง
“เจ้ายังดีอยู่ไหม”
“ยังไม่ตายหรอกน่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์พลิกตัวแล้วนอนแผ่หลาบนพื้น เธอเพิ่งจะสู้อย่างสูสีกับงูหางกระดิ่งมาเป็นชั่วโมง ตอนนี้แม้แต่จะขยับยังไม่อยากขยับเลยด้วยซ้ำ
เมื่อได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ อูหลิงอวี่ก็หัวเราะเบาๆ ครั้งหนึ่งแล้วพูดว่า “ในเมื่อยังไม่ตายก็ลุกขึ้นมาเสีย หากเจ้ายังนอนต่อไปอีกก็อาจจะมีสัตว์อสูรวิเศษตนอื่นได้กลิ่นเลือดแล้วบุกเข้ามาก็ได้นะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองอูหลิงอวี่ปราดหนึ่งแล้วสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะใช้สองมือยันพื้นแล้วลุกขึ้นยืน
อูหลิงอวี่ยืนอยู่อีกฟาก มองดูท่าทางอันน่าอนาถไปทั้งตัวของเธอแล้วเอ่ยถามว่า “ตอนนี้พวกเราจะไปที่ใดกันหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บร่างงูหางกระดิ่งลงไปแล้วมองไปรอบตัวปราดหน