นแรกอันยากที่จะทานทน จนถึงความชินชาในตอนหลัง เธอไม่รู้ว่าตนเองอดทนอยู่เนิ่นนานเพียงใด
“เย่ว์เย่ว์คงไม่เป็นไรกระมัง” เจ้าคำรามน้อยมองภาพเหตุการณ์ภายนอกอย่างเป็นกังวล
“ไม่หรอก นางจะต้องอดทนผ่านมันไปได้แน่” เจ้าวิญญาณน้อยพูดด้วยอารมณ์อ่อนไหวอยู่บ้าง
ก่อนหน้านี้มันรู้สึกอยู่ตลอดว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อยที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกยุทธ์เท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่าเธอจะมีอุปนิสัยที่มุมานะถึงเพียงนี้ พวกมันสัมผัสถึงความเจ็บปวดบนร่างกายของเธอผ่านสายสัมพันธ์ของการทำพันธสัญญา ก็ย่อมต้องเข้าใจดีอยู่แล้วว่าตอนนี้เธอได้รับความทุกข์ทรมานเพียงใด
แต่คราวนี้ดันถูกสายตาอันแน่วแน่ของเธอทำให้สั่นสะท้านไปเสียแล้ว ในช่วงที่ทรมานที่สุด คนที่มีแววตามานะเช่นนี้ได้ ในอนาคตจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ฮ่า ข้าก็บอกแล้วอย่างไรเล่าว่าเย่ว์เย่ว์น้อยไม่เลวเลยทีเดียว!” หลิงหลงเอนกายอยู่บนร่างของเจ้าคำรามน้อยพลางยกขาข้างหนึ่งพาดเข่า แล้วประสานมือทั้งสองเอาไว้ที่ท้ายทอย ไม่กังวลใจแต่อย่างใด
ผู้ที่เข้าใจวิญญาณของมันได้ย่อมไม่ถูกความเจ็บปวดเล็กน้อยเพียงแค่นี้ทำอะไรได้อยู่แล้ว
นอกจากพวกมัน ศิลาวิญญาณที่ถูกโยนส่งๆ ไปด้านหนึ่งก็ทอประกายออกมาจางๆ เพราะภาพเหตุการณ์ภายนอกด้วย
เจ้าวิญญาณน้อยมองเห็นศิลาวิญญาณแล้วสองตาก็หรี่ลง
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด ในขณะที่เธอรู้สึกว่าตนเองกำลังจะต้านไม่ไหวอยู่แล้