ว เปลวเพลิงบนร่างก็ค่อยๆ อ่อนลงจนในที่สุดก็หายลับไปจากสายตา
“กึกๆ…” เธอขยับนิ้วมือไปมา ข้อต่อก็ส่งเสียงกรอบแกรบ
เธอขยับร่างกายอีกครั้ง ข้อต่อบนร่างกายก็ยังคงติดขัดอยู่บ้างเช่นเดิม แต่ยังดีที่หลังจากขยับไปหลายครั้งก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เธอเอนตัวลงบนพื้นแล้วหอบหายใจเฮือกใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ประสบการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอรู้สึกคล้ายว่าตนเองฟื้นขึ้นมาจากทะเลเพลิงในขุมนรกอย่างไรอย่างนั้น
“เพลิงนิพพานแผดเผาร่างกายของเจ้าไปแล้ว จะช่วยให้การฝึกยุทธิ์ของเจ้าดีขึ้นมากทีเดียว” เสียงก่อนที่จะทำพันธสัญญาเสียงนั้นดังขึ้น
“เพลิงนิพพานหรือ เจ้าเป็นใครกัน เพราะเหตุใดเจ้าจึงริเริ่มทำพันธสัญญากับข้าได้” ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินเสียงนั้นแล้วก็ถามคำถามขึ้นมาติดกันเป็นชุด
“ข้าชื่อเพลิงชาด ตอนนี้เจ้ายังไม่จำเป็นต้องถามคำถามอื่นใด เพราะเมื่อถึงเวลาแล้วเจ้าก็จะรู้ได้เอง” เพลิงชาดเอ่ยตอบ
น้ำเสียงของมันค่อนข้างทุ้มต่ำ แต่กลับมีแรงดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง
“พวกเราทั้งสองมิได้มีการทำพันธสัญญากันแล้วหรอกหรือ ในเมื่อผูกพันเข้าด้วยกันแล้วยังมีสิ่งใดที่ไม่อาจบอกให้กันและกันรู้ได้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามกลับ
“ตอนนี้รู้มากไปก็ไม่เป็นผลดีต่อเจ้า” เพลิงชาดพูด “ร่างกายของเจ้าย่ำแย่เหลือเกิน ข้าใช้เพลิงนิพพานเผาผลาญเพื่อดัดแปลงแก้ไขให้เจ้าแล้วรอบหนึ่ง หลังจากนี้ไปความเร็วในการฝึกยุทธ์ของเจ้าก็จะเพิ่มขึ้นมาก เจ้าลองดูที่จุดตันเ