ากและมือซ้ายช่วยผูกปม
หลังจากทำทั้งหมดนี้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยเริ่มสำรวจภายในแก่งหินแห่งนี้
ที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยเหมือนกับป่าไผ่ก่อนหน้านี้ ไม่เห็นแม้แต่เงาของไข่สัตว์อสูรแม้แต่ฟองเดียว ก่อนหน้านี้เป็นป่าไผ่ทั้งหมด แต่ที่นี่ยังมีต้นไม้ใบหญ้านานาชนิดอยู่มากมาย
“หรือว่าข้าหลุดจากค่ายกลเก่าเข้าสู้ค่ายกลใหม่?” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างสงสัย
“น่าจะไม่ใช่ ข้าสัมผัสกลิ่นอายของค่ายกลไม่ได้เลย” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“ไม่มีค่ายกลอย่างนั้นหรือ ไม่ได้บอกว่าอย่างน้อยภายในนี้ก็ต้องมีค่ายกลลวงตาอยู่หรอกหรือ”
“ไม่มีเลย ที่นี่คือโลกแห่งความจริง” เจ้าวิญญาณน้อยพูดด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“เช่นนั้นข้าจะกลับไปได้อย่างไรกันเล่า ที่นี่มิใช่ค่ายกล ไข่สัตว์อสูรที่หาพบก็ย่อมไม่เป็นไปตามกฎของการส่งตัวออกไป” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างปวดหัวอยู่บ้าง “ใช่แล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าศิลาวิญญาณก้อนเมื่อครู่นี้หล่นไปอยู่ที่ไหนแล้ว”
“อยู่กับข้านี่” เจ้าวิญญาณน้อยพูดด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก
ซือหม่าโยวเย่ว์พบว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงถามว่า “มีอะไรหรือ”
“ของสิ่งนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้องอยู่บ้าง รอเจ้าออกไปแล้วค่อยบอกเจ้าก็แล้วกัน” เจ้าวิญญาณน้อยตอบ
“เช่นนั้นข้าไปหาทางออกก่อนดีกว่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เธอเดินตรงไปตามแก่งหิน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกเสียงนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
………………………