ึงต้นไผ่จมหายลงไปในนั้นจนหมด
“ข้าไป…” ตอนที่ร่วงหล่นลงไปในรอยแยก ซือหม่าโยวเย่ว์คว้าก้อนหินในมือเอาไว้แน่นเพื่ออาศัยสิ่งนี้บรรเทาความตื่นตระหนกภายในจิตใจ
หยาดโลหิตซึมเข้าไปภายในก้อนหิน ซือหม่าโยวเย่ว์เกิดความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจขุมหนึ่งแพร่ผ่านจากฝ่ามือไปทั่วสรรพางค์กาย ทำให้เธอหมดสติไปในทันที ก่อนที่จะสิ้นสติลง เธอมีความคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นว่าถ้าหากพื้นดินกลับมาผสานติดกันอีกครั้ง เธอจะถูกหนีบแบนจนกลายเป็นเนื้อแผ่นหรือไม่
สติรับรู้เข้าสู่ความสับสนอลหม่าน เธอไม่รู้ว่าตัวเองล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเป็นเวลาเนิ่นนานเพียงใด เมื่อสติรับรู้ของเธอค่อยๆ ฟื้นกลับมา เธอก็ลืมตาขึ้นแล้วค้นพบว่าตนเองอยู่ในแก่งหินแห่งหนึ่ง ด้านล่างของตัวเธอเป็นทุ่งหญ้าหนาทึบ บนเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านราวกับว่าคราบดินโคลนที่เปื้อนอยู่ตอนที่พื้นดินแยกออกก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริงเธอลุกขึ้นนั่งแล้วนวดคลึงศีรษะที่เจ็บปวดอยู่เล็กน้อยพลางสงสัยอยู่บ้างว่าประสบการณ์ของตนก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่งใช่หรือไม่
“พรึ่บ…”
ความเจ็บปวดขุมหนึ่งส่งผ่านมาจากฝ่ามือ เธอแบมือออกก็เห็นว่าบนฝ่ามือมีรอยแผลอยู่หลายรอยปากแผลยังมิได้สมานติดกันดี แค่การเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้ก็ทำให้บาดแผลปริออกมาอีกครั้ง
“ดูท่าทางนั่นคงจะมิใช่ความฝันสินะ” เธอหยิบมีดออกมาแล้วตัดชายเสื้อคลุมตัวนอกออกมาเส้นหนึ่งก่อนจะพันแผลให้เรียบร้อยแล้วใช้ป