เยียบเย็นเสียดกระดูกเหมือนกับต้นไผ่เหล่านั้นหรอก”
“ดวงตาค่ายกลไม่ได้อยู่ที่นี่เหมือนกันหรือ” เจ้าคำรามน้อยพูดอย่างผิดหวังอยู่บ้าง
“ไม่หรอก อยู่ที่นี่แหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างมั่นใจ“เจ้าเตะก้อนหินก้อนนี้ออกมาได้หรือไม่”
“เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง” เจ้าคำรามน้อยเหาะไปอยู่บนขอบของก้อนหินแล้วใช้เท้าน้อยๆ เตะเบาๆ ก้อนหินยักษ์ก็ถูกมันเตะกระเด็นไปไกล
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูพื้นใต้ก้อนหินที่ถูกเตะลอยไป เห็นก้อนหินขนาดเล็กราวๆ กำปั้นเด็กทารกที่เปล่งประกายสีดำก้อนหนึ่งอยู่
“คงเป็นสิ่งนี้กระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์ก้มลงไปดูก้อนหินสีดำแล้วเอ่ยว่า “หยิบเจ้านี่ทิ้งไปก็ใช้ได้แล้วใช่หรือไม่ ไม่รู้ว่าจะเจอกับระเบิดเปล่า แต่ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว”
พูดจบเธอก็โยนลูกกลมสีขาวเข้าไปภายในมณีวิญญาณ หลังจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ คราหนึ่ง แล้วยื่นมือไปคว้าศิลาวิญญาณก้อนนั้นเอาไว้
“ครืนๆ ครืนๆ”
ทันใดนั้นป่าไผ่อันเงียบสงบกลับมีพายุก่อตัวอย่างบ้าคลั่งขึ้นมารอบด้าน พื้นดินสั่นสะเทือนไม่หยุดคล้ายกับจะปริแตกออกอย่างไรอย่างนั้น
“แคว่ก…”
ป่าไผ่ถูกพายุคลั่งพัดกระหน่ำ แต่ละกิ่งก้านส่งเสียงฉีกขาดดังแคว่กๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์ถูกลมพัดกระหน่ำเสียจนลืมตาไม่ขึ้น เธอใช้มือที่กุมก้อนหินสกัดเอาไว้ข้างหน้า แต่ก็ยังต้านแรงลมเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี
“ปังๆๆ”
พื้นดินแยกออกในทันใด รอยแยกขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบไม้ที่ร่วงอยู่รวมถ