วกเราเป็นอันขาดเลยนะ การใช้ชีวิตให้ดีนั้นเป็นสิ่งที่พวกเราอยากเห็นมากที่สุดแล้ว” น้ำเสียงอบอุ่นนุ่มนวลดังขึ้นมาจากทะเลเพลิง แต่เมื่อได้ยินเสียงนี้ หัวใจของซือหม่าโยวเย่ว์กลับยิ่งทวีความเจ็บปวดขึ้นมา เธอตะโกนขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุมได้ “ท่านแม่…”
คำเรียกหาว่าท่านแม่คำหนึ่งทำให้สองตาที่แห้งผากของเธอเปียกชุ่มขึ้นมาในทันใด หยาดน้ำตาหลั่งรินลงมาอย่างมิอาจควบคุมได้
เธอเหมือนจะเห็นใบหน้าที่งดงามใบหน้าหนึ่งแนบติดกับใบหน้าเธอเบาๆ พลางแย้มยิ้มแล้วพูดว่า “ดูสิ นี่คือบุตรสาวของพวกเราอย่างไรเล่า ช่างโตมาคล้ายคลึงกับท่านยิ่งนัก! งดงามราวกับดวงจันทร์บนท้องนภาเลยทีเดียว”
“เช่นนั้นพวกเราก็เรียกนางว่าโยวเย่ว์ก็แล้วกัน” เสียงชายผู้หนึ่งเอ่ยตอบ
“ดีเลย สาวน้อย จากนี้ไปเจ้าก็มีชื่อว่าซีเหมินโยวเย่ว์แล้วนะ ข้าคือท่านแม่ของเจ้า เจ้าจะต้องเปล่งเสียงเรียกแม่เป็นคำแรกให้ได้เลยนะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นมือออกมาหมายจะสัมผัสใบหน้าอันงดงามนั้น แต่ยังมิทันจะได้สัมผัสนาง เงาร่างนั้นก็สูญสลายหายไปท่ามกลางเปลวเพลิงเสียแล้ว
“ท่านแม่…”
หลิงหลงนั่งอยู่บนทรวงอกของซือหม่าโยวเย่ว์ ก็มองเห็นหยาดน้ำตาที่ไหลรินจากหางตาของเธอ จึงเอ่ยอย่างเจ็บปวดใจว่า “เย่ว์เยว์น้อยร้องให้ทำไมกันเล่า เย่ว์เย่ว์น้อยเศร้าเสียใจยิ่งนัก นางกำลังเจ็บปวดหัวใจ หลิงหลงก็อยากร้องไห้ด้วยเช่นกัน ฮือๆ…”
เจ้าคำรามน้อยและเจ้าวิญญาณน้อยก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดภ