ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้ว่าตนหลับใหลไปนานเท่าใด เธอรู้สึกว่าตนคล้ายจะติดอยู่ในห้วงแห่งความฝันอันยาวนาน ห้วงแห่งความฝันนี้ฉายประสบการณ์ในชาติก่อนของเธอและเรื่องราวความคลั่งรักของเจ้าของร่างเดิมเหล่านั้นออกมาจนหมดสิ้นราวกับฉายภาพยนตร์ ส่วนเธอก็มองดูภาพเหตุการณ์เหล่านั้นฉายไปราวกับยืนอยู่ในมุมมืด ทันใดนั้นหัวใจของเธอก็เจ็บแปลบขึ้นมา พร้อมกับมีเสียงตะโกนเสียงหนึ่งดังขึ้น
“โยวเย่ว์ นี้เป็นภัยพิบัติของตระกูลซีเหมินเรา พวกเขาวางแผนจัดการพวกเรามานานแล้ว เรื่องนี้มิอาจโทษเจ้าได้เลย”
“ซีเหมินโยวเย่ว์ ได้เห็นคนในครอบครัวตายไปต่อหน้าต่อตาเจ้าแล้วรู้สึกเช่นไรบ้างเล่า ฮ่าๆๆๆ…”
“โยวเย่ว์ เจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีๆ นะ…”
“เย่ว์เย่ว์ ไม่ว่าเจ้าจะไปอยู่ที่ไหน เจ้าคำรามน้อยก็จะติดตามเจ้าไปทุกที่เลย”
“ซีเหมินโยวเย่ว์ เจ้าไปตายเสียเถิด!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่ในมุมมืดพร้อมฟังเสียงที่อ่อนโยนและเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นสลับกันไปมา เธอเจ็บปวดใจเป็นอย่างยิ่ง คล้ายกับว่าถูกฉีกทึ้งอย่างไรอย่างนั้น เธอพยายามฟังให้ชัดเจนว่าเสียงลอยมาจากไหน พยายามมองให้ชัดว่าใครที่กำลังพูดอยู่ แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากเพียงใดก็คล้ายกับว่าสายตาของเธอจะถูกบางสิ่งบางอย่างบดบังเอาไว้ ไม่อาจเปิดตาขึ้นได้เลย
“โอ๊ย…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลืมตาขึ้นในทันใด ความรู้สึกลำบากที่เปิดตาไม่ขึ้นนั้นสูญสลายหายไปกับภาพฝัน
เธออ้าปากหอบหายใจกว้างครั