้งแล้วครั้งเล่า ทั้งร่างกายเปียกปอนราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำอย่างไรอย่างนั้น
“เย่ว์เย่ว์ เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว ฮือๆ ในที่สุดเจ้าก็ตื่นขึ้นมาเสียที เจ้าคำรามน้อยตกใจแทบตายอยู่แล้วนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ยังไม่ทันมีแรงกลับมา เจ้าคำรามน้อยที่อยู่ข้างๆ ก็พุ่งตัวเข้ามาในอ้อมแขนของเธอในทันใดแล้วร้องไห้เสียงดังลั่น
ความคิดของซือหม่าโยวเย่ว์ที่ผุดขึ้นมาถูกเสียงร้องไห้ของเจ้าคำรามน้อยกดลงไป เธอกอดเจ้าคำรามน้อยแล้วลูบไล้ขนของมันพลางเอ่ยว่า “อย่าร้องไห้เลยนะ ข้าก็มิได้เป็นอะไรเสียหน่อยนี่”
“ฮือๆ เจ้าคำรามน้อยไม่ดีเอง ถ้าหากมิใช่เพราะข้าให้เจ้าหยดโลหิตแสดงความเป็นเจ้าของ เจ้าก็คงไม่หมดสติไปหรอก” เจ้าคำรามน้อยเอ่ยตำหนิตนเอง
ซือหม่าโยวเย่ว์อุ้มเจ้าคำรามน้อยขึ้นมาแล้วจูบหน้าผากน้อยๆ ของมันครั้งหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ก็เพราะเจ้าคำรามน้อยหวังดีกับข้ามิใช่หรือ”
ถึงแม้ว่าความฝันเมื่อครู่จะเลือนรางอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกที่เธอมีต่อเจ้าคำรามน้อยกลับสนิทสนมใกล้ชิดขึ้นมามากราวกับม่านหมอกเปิดออกอย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกเช่นนั้นไม่เพียงแต่เป็นความสัมพันธ์จากการทำพันธสัญญาเท่านั้น แต่มีมิตรภาพที่แตกต่าง คล้ายกับว่ามันเดินเคียงข้างตนมาเป็นระยะเวลายาวนาน
เธออุ้มเจ้าคำรามน้อยลุกขึ้นยืน ก็มองเห็นสภาพแวดล้อมที่แปลกตา มีภูเขา มีแม่น้ำ มีทุ่งนา และมีบ้าน ดูคล้ายกับโลกใบหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่เยียบเย็นวังเวงไร้ซึ่งผู้คน
“ที่นี่