คือที่ไหนกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์มองสำรวจรอบด้านแล้วก็ค้นพบว่าที่นี่ไม่ใช่ละแวกเมืองหลวง จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างประหลาดใจ
“เย่ว์เย่ว์ เมื่อครู่เจ้าหมดสติไป หลังจากนั้นลำแสงสายหนึ่งก็พาพวกเรามาที่นี่ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่นี่คือที่ไหน” เจ้าคำรามน้อยพูด
“ที่นี่คือภายในมณีวิญญาณ” เสียงคล้ายเด็กเสียงหนึ่งดังลอยมา
“ภายในมณีวิญญาณอย่างนั้นหรือ แล้วเจ้าเป็นใครกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์หมุนตัวรอบหนึ่งก็ไม่เห็นว่าบริเวณใกล้ๆ จะมีคนหรือสัตว์อื่นๆ อยู่เลย
เงาร่างสายหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าซือหม่าโยวเย่ว์อย่างช้าๆ ร่างกายเล็กจ้อยราวกับเด็กสามขวบผูกมวยผมสูงสองอัน สวมผ้าผูกคอสีแดงสด เขามองดูคนและสัตว์อสูรตรงหน้าแล้วพูดว่า “ข้าคือวิญญาณครวญแห่งมณีวิญญาณ ส่วนที่นี่ก็คือโลกภายในมณีวิญญาณ…”
โลกภายในมณีวิญญาณอย่างนั้นหรือ
เมื่อเห็นความสงสัยในแววตาของซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าคำรามน้อย วิญญาณครวญแห่งมณีวิญญาณก็พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ภายในมณีวิญญาณมีโลกใบหนึ่งอยู่ในตัวเอง เหมือนกันกับโลกภายนอกของพวกท่านนั่นแหละ ไม่สิ ที่นี่ดีกว่าโลกภายนอกของพวกท่านมากมายเลยทีเดียว”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าเห็นด้วย ที่นี่ดีกว่าข้างนอกมากมายเลยจริงๆ แม้กระทั่งมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นอย่างเธอก็สัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณอันเข้มข้นของที่นี่โดยไม่ต้องเข้าสมาธิเลย เห็นได้ว่าดีกว่าข้างนอกมากมายเหลือเกิน นอกจากนี้เพียงแค่มองก็รู้แล้วว่าภูมิทัศน