แต่ว่าก็มีผู้ที่ให้ความสนใจกับเรื่องของเธอมากกว่าเรื่องอื่นใดแล้วนำเรื่องที่เธอมายังวิทยาลัยไปแพร่ เพียงไม่นานทุกคนต่างก็รู้กันทั่วว่าคนไร้ค่าอันดับหนึ่งที่เคยมาที่วิทยาลัยแค่วันแรกวันเดียว มายังวิทยาลัยอีกแล้ว!
ที่ศาลาริมทะเลสาบของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง คนหลายคนนั่งล้อมวงวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่องที่ซือหม่าโยวเย่ว์มายังวิทยาลัย
“มู่หรง คนไร้ค่าผู้นี้มิได้จะมาเกาะแกะเจ้าอีกแล้วหรือ” มีคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมู่หรงอานที่อยู่ตรงกลางพูดขึ้น
มู่หรงอานผู้นี้ก็มีรูปโฉมน่ามองจริงๆ เสียด้วย ถ้าหากอยู่ในยุคปัจจุบันก็ต้องเป็นดาราดังเลยทีเดียว เขาสวมเสื้อผ้าสีขาวตลอดร่าง ดูแล้วออกจะเหนือจริงอยู่บ้าง เมื่อนึกถึงสิ่งที่พวกเขาพูดแล้วคิ้วกระบี่ก็อดขมวดมุ่นมิได้
“ใช่เลย ข้าก็รู้สึกเช่นกัน มิใช่ว่าเจ้าคนไร้ค่าผู้นี้เห็นว่าช่วงนี้เจ้าไม่ค่อยได้ออกไปนอกวิทยาลัยสักเท่าไหร่ ดังนั้นจึงวิ่งเข้ามาหาเจ้าในวิทยาลัยเสียเองหรอกหรือ”
“คราวก่อนทุบตีเช่นนั้นไปยกหนึ่ง ยังคิดว่าเขาอาจจะให้คนบ้านเขามาแก้แค้นก็ได้ คิดไม่ถึงว่ารอคอยมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้แล้วแต่กลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวอันใดๆ”