“มีครบทุกสีเลยอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็คือพหุธาตุแล้วล่ะ!” ซือหม่าเลี่ยพูด “แต่ว่ากันว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายแสนปีแล้วนะ ถ้าหากมีคนเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่รู้เลยว่าจะก่อให้เกิดความโกลาหลเช่นไรขึ้นมาบ้าง! ใช่แล้ว เย่ว์เอ๋อร์ เหตุใดวันนี้เจ้าจึงอยากถามเรื่องเหล่านี้กับข้าขึ้นมาเล่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังวาจาของซือหม่าเลี่ยแล้ว เดิมทีคิดจะบอกเขาว่าตนก็คือคนพหุธาตุผู้นั้น แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้วก็ไม่พูดเรื่องนี้ออกมาจะดีกว่า บอกกับเขาเพียงแค่เรื่องที่ตนรับสัมผัสปราณวิญญาณได้เท่านั้น แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาตื่นเต้นได้แล้ว
“เย่ว์เอ๋อร์ ที่เจ้าพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือ เจ้ารับสัมผัสปราณวิญญาณได้แล้วจริงๆ น่ะหรือ” ซือหม่าเลี่ยโอบกอดซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้ในทันใดพลางถามอย่างตื่นเต้นยินดี
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทีตื่นเต้นของซือหม่าเลี่ยแล้วก็ยิ้มและพยักหน้าน้อยๆ พลางเอ่ยว่า “ใช่แล้วขอรับ ข้าถอนพิษไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนได้ทดลองบำเพ็ญไปรอบหนึ่ง พอเมื่อเช้านี้ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่ามีจุดแสงโอบล้อมตัวเองอยู่ขอรับ”
“อะไรนะ” ซือหม่าเลี่ยนิ่งงันไปในทันใด พลางมองซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยสีหน้าแปลกพิกล
ซือหม่าโยวเย่ว์ตกตะลึงไปเพราะสีหน้าของซือหม่าเลี่ย หรือว่าก่อนหน้านี้เธอมิได้สัมผัสถึงปราณวิญญาณ ตนเข้าใจผิดไปอย่างนั้นหรือ เธอมองซือหม่าเลี่ยอย่างระมัดระวังพลางเอ่ยว่า “ท่านปู่ ข้าไม่อา