อหม่าโยวเย่ว์ ไปตายเสียเถิด…”
เธอแยกแยะออกมาได้ว่านี่คือเสียงของมืออันดับสองในชาติก่อน
“ซีเหมินโยวเย่ว์ เจ้าไปตายเสียเถิด พอเจ้าตายแล้วข้าก็จะได้เป็นผู้มีพรสวรรค์ของดินแดนแห่งนี้เสียที… ฮ่าๆๆๆ…”
นี่คือใครกัน ทำไมเธอถึงไม่มีภาพในหัวเลยสักนิดเดียว
“ไปตายเสียเถิด…”
เสียงทั้งสองสอดประสานกัน ทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันที เสื้อผ้าบนร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในดวงตามีความเศร้าโศก
“เพราะอะไรกัน ทำไมมีสองชื่ออีกแล้วล่ะ…”
คืนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้เข้านอนอีกต่อไปแล้ว เพียงแค่เธอหลับตาลง ในสมองก็เต็มไปด้วยชื่อสองชื่อนั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ ซีเหมินโยวเย่ว์
แต่ว่าเธอค้นหาดูในความทรงจำทั้งหมดที่มีแล้วก็มีเพียงแค่ร่องรอยที่เป็นของซือหม่าโยวเย่ว์เท่านั้น ส่วนซีเหมินโยวเย่ว์นั้น ไม่ว่าจะเป็นในความทรงจำของชาติก่อนหรือว่าชาตินี้ก็ไม่เห็นเลยแม้แต่เงา
ผลของการที่ไม่ได้นอนมาคืนหนึ่งก็คือเมื่อส่องกระจกในตอนเช้าวันที่สอง เธอก็พบว่าดวงตาทั้งสองกลายเป็นตาแพนด้าไปเสียแล้ว ตอนที่กินข้าวเช้า เธอจึงกลายเป็นความบันเทิงของท่านปู่และบรรดาพี่ชายทั้งหลายของตน
“ท่านพี่สาม ท่านพี่สี่ เหตุใดจึงยังไม่ไปที่วิทยาลัยอีกเล่า แล้ววันนี้ท่านพี่ใหญ่กับท่านพี่รองไม่ออกไปข้างนอกกันหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วเริ่มกินข้าวเช้า เมื่อมองเห็นอาหารที่ไม่ต่างไปจากเมื่อวานแล้วเธอก็ขมวดคิ้วก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา
“พวกเรากำ