ลังรอเจ้าอยู่อย่างไรเล่า พอแน่ใจว่าเจ้าไม่เป็นไรแล้วจริงๆ พวกเราค่อยออกจากบ้านก็ยังไม่สายหรอก” ซือหม่าโยวฉีพูด
“แล้วดวงตาเจ้าเป็นอะไรไป” ซือหม่าโยวหมิงมองดูขอบตาดำคล้ำลึกโหลของเธอแล้วเอ่ยถาม
“เมื่อคืนมียุงยักษ์สองตัวอยู่ในห้อง ส่งเสียงจนข้าหลับไม่ลงทั้งคืนเลยขอรับ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดไร้สาระไปเรื่อย
ตอนนี้เป็นต้นฤดูร้อน อันที่จริงก็เริ่มจะไม่มียุงแล้ว ทว่าแม้เธอพูดเช่นนี้ออกไปแต่ทุกคนก็ไม่ได้สงสัย
ซือหม่าโยวเย่ว์กินอาหารเช้าไปครึ่งหนึ่งแล้วก็วางตะเกียบลง
“เหตุใดเจ้าจึงไม่กินต่อ” ซือหม่าเลี่ยถาม
“ไม่อร่อยเลยกินไม่ลงขอรับ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดตอบ
“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้กินเช่นนี้อยู่แล้วหรือ” ซือหม่าโยวหรานมองดูอาหารเช้า ซึ่งมิได้แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้เลยมิใช่หรือ
“ในเมื่อโยวเยว่ไม่อยากกิน เช่นนั้นก็มายกออกไปเสียเถิด” ซือหม่าเลี่ยพูด
สาวใช้ที่คอยอยู่ด้านข้างรีบก้าวเข้ามายกอาหารออกไปจนหมด พวกซือหม่าโยวฉีแต่ละคนก็ไม่ได้แสดงความเห็นอันใด ตอนนี้พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องกินอาหาร ที่กินอยู่ทุกวันนี้ก็เพียงเพื่อกินเป็นเพื่อนซือหม่าโยวเย่ว์เท่านั้น
“เช่นนั้นพวกเราไปที่วิทยาลัยก่อนนะ” พวกซือหม่าโยวหรานพากันลุกขึ้นพูด
“พวกเราไปก่อนนะ” ซือหม่าโยวฉีพูด
“ไปเถิดๆ” ซือหม่าเลี่ยพูดพลางโบกไม้โบกมือ รอหลังจากที่พวกเขาไปกันหมดแล้วจึงค่อยเอ่ยถามซือหม่าโยวเย่ว์ “โยวเยว่ วันนี้เจ้าวางแผนจะทำสิ่งใดหรือ”
เดิมทีซ