เรียกว่าท่านปู่หรือท่านพ่อนั้นก็เป็นเรื่องรองลงไป
แต่เมื่อเห็นหน้านิ่วๆ ของเหมิงกั๋วกงปู่ตัวจริงของเขาแล้ว ถ้าหากพวกเขาไม่อธิบายอะไรเสียหน่อย เขาคงคิดว่าอาจารย์ของนางเป็นพวกลักพาตัวแน่ๆ
“สมองของคุณชายเหมิงได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขาจึงเหมือนเด็ก อาจารย์ของข้าพาเขาเดินทางมาด้วย ทั้งสองอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานหลายเดือนจึงเกิดความผูกพันอย่างเลี่ยงไม่ได้…ในเมื่อเขาไม่อยากจะไป หรือจะให้เขาอยู่ที่นี่กับอาจารย์ของข้า แล้วให้คนจากสำนักหมองหลวงมาดูอาการให้หน่อยจะดีกว่าไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ย
แม้เหมิงกั๋วกงจะไม่คอยยินดีเท่าไรนัก แต่เขาก็ไม่คิดว่ามีวิธีอื่นแล้ว
หลานชายเขาป่วยไม่น้อยจนกลายเป็นอย่างนี้ไปแล้ว
หากเขาบังคับฝืนใจพาตัวไปก็อาจจะยิ่งกระตุ้นให้ได้รับการกระทบกระเทือน ยิ่งหากพาตัวเขาไปแล้วระหว่างทางเขาร้องไห้โวยวายจนคนอื่นเห็น แม้ว่าต่อไปเขาจะหายดีแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าวันหน้าเขาจะเอาหน้าไปไว้ไหน
“หากเช่นนั้นก็ต้องรบกวนรัชทายาทและพระชายาแล้ว” เหมิงกั๋วกงสุภาพยิ่งนัก
เดิมทีจ้าวเสวียนจิ่งไม่ยินดีที่จะให้เหมิงเยี่ยนอยู่ต่อเลย…
เจ้าเด็กนี่แพรวพราวเกินไป จะให้อยู่ที่บ้านคงไม่เหมาะสม
แต่เซี่ยเฉียวเป็นนายหญิง ในเมื่อนางเอ่ยปากแล้ว เขาก็ต้องเคารพการตัดสินใจของนาง “เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องคนกันเองทั้งนั้น เป็นการสมควรแล้ว”
เหมิงกั๋วกงใจเต้นแรง เขารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
ก่อนหน้านี้รัชทายาทไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน