จารย์ฟังคร่าวๆ โม่หลิงจื่อได้ฟังเรื่องราวของนางแล้วก็ยิ่งรู้สึกสบายใจ
“ข้าเห็นเจ้าคราวนี้ก็รู้แล้วว่าปกติเจ้าคงไม่ได้อยู่เฉยหรอก สีหน้าของเจ้าดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก หากข้ารู้อย่างนี้ก็คงไล่เจ้าออกมาก่อนนานแล้ว ปล่อยให้เจ้าออกไปอยู่ด้วยตัวเอง ไม่แน่ตอนนี้เจ้าอาจจะสามารถฝึกยุทธ์ได้แล้วก็ได้” โม่หลิงจื่อเอ่ย
แต่เขาก็แค่พูดไปเท่านั้น
หลายปีก่อนเซี่ยเฉียวเป็นลมหมดสติบ่อยมาก นางออกไปไหนไกลไม่ได้เลย ได้แต่ต้องเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองใกล้ๆ วัดสุ่ยเย่ว์เท่านั้น
ตอนที่เซี่ยหนิวซานส่งคนไปรับนาง โม่หลิงจื่อก็รู้สึกว่าเซี่ยเฉียวเป็นลมน้อยลงมาก เขาจึงได้ยอมปล่อยให้นางจากมา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้นางเดินทางมาสถานที่ที่คึกคักอย่างเมืองหลวงที่ห่างไกลขนาดนี้
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็มองออก
อย่าได้มองว่าโม่หลิงจื่อพูดจาไม่น่าฟังไม่เข้าหูคน แต่เขามีความสามารถจริงๆ
นอกจากนี้ เขาก็น่าจะรักและเอ็นดูเซี่ยเฉียวมากกว่าเซี่ยหนิวซานบิดาแท้ๆ ของนางเสียอีก
จู่ๆ เขาก็ล้วงของอย่างหนึ่งออกมาจากบริเวณข้อมืออย่างหน้าตาเฉย ของสิ่งนั้นนั้นสกปรกเปื้อนฝุ่นมากมาย และมองไม่เห็นว่ามันคืออะไร แต่เขาก็ส่งมันให้เซี่ยเฉียวอย่างยินดี
“นี่เป็นของดีที่ข้าได้มาระหว่างทาง เจ้าเก็บมันไว้ให้ดี” สายตาเจ้าเล่ห์ของโม่หลิงจื่อเป็นประกายสดใส
เซี่ยเฉียวรับของมาด้วยความประหลาดใจ นางเช็ดถูกมันสักพักแล้วก็พูดขึ้นด้วยความตกใจว่า “อาจารย์ นี่มัน…พระ