นเวลานี้ นางจ้องมองบ้านที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางที่เคร่งขรึมเป็นพิเศษ
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็เห็นว่าสีหน้าของนางไม่ค่อยดี เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “ก็แค่บ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง แม้ว่าจะมีนักพรตที่เก่งกาจอยู่ที่นี่ แต่ก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น ข้าสั่งให้คนไปจัดกำลังสักชุดมาจับตัวเขาก็ไม่ได้ยากอะไร”
“มันไม่ยาก” เซี่ยเฉียวยอมรับ “หากเจ้าโจมตีด้วยความได้เปรียบทางจำนวน วิชามารนั้นก็ไม่นับว่าทรงพลังนัก แต่สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านผีสิง มีความเป็นไปได้มากว่าคนที่เข้าไปจะต้องเกิดเรื่อง ต่อให้จับคนออกมาได้ แต่ก็จะต้องเอาอะไรไปแลกมา”
อาจจะเป็นพลังหยางหรือไม่ก็ชีวิต
บางทีพวกเขาทั้งหมดอาจเอาชีวิตรอดออกมาได้ แต่บางครั้งอันตรายก็มองไม่เห็น
หากพวกเขาแปดเปื้อนด้วยพลังชั่วร้าย ที่เลวร้ายที่สุดคือมันสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของคนๆ หนึ่งได้เลย
องครักษ์มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งก็จริง แต่ก็มีควรจะสละชีวิตโดยเปล่าประโยชน์
จ้าวเสวียนจิ่งสนิทสนมกับองครักษ์เหล่านี้มาตลอด เมื่อเขาได้ยินที่นางพูดจึงไม่ยืนกรานเช่นนั้นอีกต่อไป “ตอนนี้จะต้องทำอย่างไร”
“ตอนนี้เรายังไม่รู้สถานการณ์ในบ้านหลังนี้ แต่ข้าคิดว่า หากวิญญาณที่ข้าตามหาเกี่ยวข้องกับวั่นจิ่วเหลยผู้นี้ด้วย ข้าก็น่าจะรับมือกับมันคนเดียวไม่ได้ ไม่สู้…ไปตามผู้วิเศษจากวัดอวี้ซวีมาช่วยด้วยดีกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างถ่อมตัว
นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวสวียนจิ่งได้ยินเซี่ยเฉียว