ยจึงหยิบมาดู เดิมทีข้าคิดว่าจะหยอกล้อนางเล่นเท่านั้น กลับคิดไม่ถึงว่า…”
เซี่ยเฉียวเข้าใจในที่สุด
ที่แท้ก็เป็นเงื่อนคู่รัก นางยังนึกไปว่าเป็นของอะไรที่ร้อนลวกมือเสียอีก ถึงได้เอะอะโวยวายเสียงดังขนาดนั้น ทำเอานางตกใจหมด!
บัดนี้เมื่อนางถูกพูดถึง จึงได้แต่ต้องเดินออกไป
เซี่ยเฉียวทำความเคารพอย่างเรียบง่าย ดูสง่างามและนุ่มนวล
ด้วยท่าทางเนิบช้าไม่รีบร้อนยิ่งให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะประเมินนางสูงขึ้นอีกเล็กน้อย เมิ่งกุ้ยเฟยเอ่ย “ของนี่เป็นของเจ้า?”
“หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก แม่นางซย่าอาจจะรู้สึกไม่สบาย เมื่อครู่จึงได้พึมพำอะไรอยู่คนเดียว หม่อมฉันไม่ได้สนิทสนมกับนาง หลังจากที่นางดึงตัวนางกำนัลของข้าออกไปแล้ว จู่ๆ นางก็ดึงข้าราวกับคนบ้า จากนั้นก็โยนของบางอย่างออกไป ข้าดูแล้ว…ของที่ข้าพกติดตัวมาไม่มีอะไรหายไป ดังนั้นของที่นางโยนออกไปก็น่าจะเป็นของนางเองเจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวตอบทีละคำทีละประโยคด้วยสีหน้าจริงจัง
“พี่หญิงเซี่ย!? เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นของของเจ้า…” ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ยทันที
เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ แล้วถอดเสื้อคลุมที่สวมใส่อยู่ตลอดเวลาออก
“แม่นางซย่าลองดูเอาเถิดว่าข้ายังจะห้อยอะไรไว้บนตัวได้อีกหรือไม่” ใบหน้าเซี่ยเฉียวประดับรอยยิ้มอย่างไร้เดียงสา
ซย่าหย่าอวิ๋นเพิ่งได้มองไปที่เอวของนาง
“…” เปลือกตาของนางสั่นอย่างรุนแรง
ที่เอวนั้น…
ของที่คนอื่นห้อยไว้ที่เอวนั้นเป็นเครื่องประดับอุบะหยก ของเซี่ยเฉียวก็