อู่ยังคงอยู่ในสภาพหมดสติก็นอนแน่นิ่งอยู่เฮ่อจือหร่านหยิบเข็มเงินออกมาอีกครั้ง แทงลงบนจุดฝังเข็มหลายจุดของเขา ไม่นานจักรพรรดิซุ่นอู่ก็ฟื้นขึ้นมา
จักรพรรดิซุ่นอู่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม จึงลุกขึ้นนั่งอย่างระแวดระวังแม้ว่าความมืดสนิทจะท าให้การมองเห็นมีอุปสรรค แต่จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีเงาด าสองร่างยืนอยู่ตรงหน้า“พวกเจ้าเป็นใครกัน?”ต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นจักรพรรดิที่โง่เขลาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้สูญเสียอ านาจที่ควรมีไปเฮ่อจือหร่านรู้ว่าหากโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยปาก จักรพรรดิซุ่นอู่จะจ าเสียงได้ง่าย ดังนั้นนางจึงรีบพูดขึ้นก่อน“พวกเรามาช่วยท่าน”เฮ่อจือหร่านไม่มีความประทับใจที่ดีต่อจักรพรรดิซุ่นอู่ น ้าเสียงจึงไม่ได้ดีนักแม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะไม่พอใจกับน ้าเสียงนี้ แต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลาถึงขนาดไม่รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ตนจะมาวางท่า“ใครเป็นผู้สั่งให้พวกเจ้ามาช่วยเรา?”“ไม่จ าเป็นที่ท่านต้องรู้ ข้าเพียงต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในวังกันแน่ หากท่านพูดความจริง มันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่าน”เฮ่อจือหร่านยังคงไม่สุภาพเช่นเคย ไม่จ าเป็นต้องสุภาพกับจักรพรรดิที่โง่เขลาเช่นนี้
จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่สามารถตัดสินได้ว่าทั้งสองคนนี้มีสถานะเช่นไร แต่ในใจของเขาก็รู้ดีว่าบางทีนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้“เป็นเพราะเราประมาท จึงถูกนางตัวดีนั่นหลอก”เขาหยุดไปชั่วครู่ จากนั้นจักรพรรดิซุ่นอู