รอรับค าสั่งการที่มารดาแห่งแผ่นดินจะมีบ่าวไพร่มากมายไม่ใช่เรื่องแปลกแต่การที่มีบ่าวไพร่กลุ่มใหญ่มายืนรออยู่ในยามดึกเช่นนี้กลับเป็นเรื่องผิดปกติโม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านอ้อมไปด้านหลังต าหนักบรรทมหลังจากตรวจดูโดยรอบและเห็นว่าไม่มีอันตราย ทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นไปบนหลังคาพร้อมกันโม่จิ่วเยี่ยหาต าแหน่งที่เหมาะสม ค่อย ๆ เปิดกระเบื้องแผ่นหนึ่งขึ้นอย่างเบามือ แสงจ้าพุ่งออกมาจากช่องนั้นพวกเขาจ้องมองลงไปด้านล่าง
ที่นี่ไม่ใช่ห้องบรรทมของจักรพรรดินี แต่เป็นสถานที่ที่นางใช้รับรองเหล่าสนมที่มาคารวะตามปกติ พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นที่ท างานของจักรพรรดินีนั่นเองยามนี้แสงไฟภายในห้องสว่างไสวจักรพรรดินีในชุดล าลองประทับนั่งอยู่ตรงกลางบนต าแหน่งสูงสุด นางจ้องมองผู้คนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก“พวกเจ้าบอกว่าคนที่ข้าส่งไปจวนขุนนางเมื่อวานยังไม่กลับมาจนถึงตอนนี้หรือ?”ทันทีที่นางเอ่ยจบ คนผู้หนึ่งซึ่งสวมชุดหัวหน้าขันทีก็คุกเข่าลง“กระหม่อมเพิ่งส่งคนไปตรวจสอบที่บ้านของเสี่ยวหลิวมา ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลยพ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดินีได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นด้วยความโกรธเคือง มือข้างหนึ่งฟาดลงบนโต๊ะเล็กข้างกายอย่างแรง“จางเต๋อฝู เจ้าช่างกล้านัก เรื่องใหญ่ขนาดนี้หากข้าไม่ถาม เจ้าก็กล้าปิดบังหรือ?”จางเต๋อฝูตกใจจนเหงื่อเย็นผุดทั่วร่าง รีบก้มศีรษะค านับจักรพรรดินี
“ขอจักรพรรดินีโปรดทรงอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมน าคนไปสอบถามเรื่อ