กเขาในต าหนักของ กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงอีกด้วย กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ด้วยความตกใจและอดอาหารมาหลายวันนางจึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน”“เมื่อกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงล้มป่วย ข้าก็ได้แต่ร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไร้ผล ข้าพูดจนปากแทบฉีก แต่พวกทหารรักษาการณ์ใจร้ายเหล่านั้นก็ไม่ยอมเรียกหมอมาดูอาการกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเลย”ในขณะที่หวังมามาพูดมากมายเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็ได้ตรวจสอบอาการของหยวนกุ้ยเฟยเสร็จสิ้นแล้วโม่จิ่วเยี่ยเห็นนางลุกขึ้นยืนตรง จึงถามว่า “หร่านหร่าน สภาพของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็นอย่างไรบ้าง”“เป็นดังที่หวังมามาได้กล่าวไว้จริง นางตกใจจนสิ้นสติไปหลังจากนั้นก็อดอาหารมานาน ร่างกายจึงเกิดภาวะขาดน ้าอย่างรุนแรง”เฮ่อจือหร่านไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด เพราะศัพท์ทางการแพทย์ที่นางรู้นั้นล้วนมาจากยุคปัจจุบัน ผู้คนในยุคนี้ย่อมไม่อาจเข้าใจได้
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นหนึ่งที่โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจ นั่นคือหากคนเราอยู่ในภาวะขาดน ้าเป็นเวลานาน อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายก็จะค่อย ๆเสื่อมสภาพ และน าไปสู่ความตายในที่สุดสถานการณ์ของหยวนกุ้ยเฟยในตอนนี้ได้พิสูจน์ประเด็นนี้แล้ว“หร่านหร่าน เจ้ารักษาได้หรือไม่?”เฮ่อจือหร่านกะพริบตาใส่เขาโม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความหมายของนางในทันที่หากต้องการช่วยหยวนกุ้ยเฟยก็จ าเป็นต้องใช้ทรัพยากรทางการแพทย์เหล่านั้นจากพื้นที่มิติทั้งสองคนส่งสายตาให้กันอย่างรู้ใจ แต่หวังมามากล