รือไม่”เมื่อได้ยินค าพูดของนาง เสนาบดีเฮ่อจึงได้สติกลับคืนมาเขาสูดลมหายใจลึก ๆ“พ่อรับใช้ราชส านักมาทั้งชีวิต ตอนนี้จะถอยหนีไปได้อย่างไร?ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าพ่อจะมีวิธีหนีออกจากเมืองหลวงได้ เจ้าคิดว่าจักรพรรดินีและตระกูลเซวียจะปล่อยพ่อไปหรือ?”“พ่อตัดสินใจแล้ว แม่กับพี่ชายเจ้าต่างอยู่ที่ซีเป่ยซึ่งตอนนี้ยังปลอดภัยดี การมาของเจ้าก็ไม่มีใครรู้ อย่างที่เห็น ตอนนี้ในจวนมีเพียงพ่อเท่านั้น หากพวกเขาต้องการฆ่าหรือท าร้ายก็ขอให้มาลงที่พ่อคนเดียวก็พอ”“พ่อมีชีวิตมาจนถึงป่านนี้แล้ว ความสุขที่ควรได้รับก็ได้รับมามากพอแล้ว แม้ว่าจะตายไปก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียดาย”“ตรงกันข้ามกับเจ้าและพี่ชายของเจ้า ตราบใดที่พวกเจ้าพี่น้องยังปลอดภัยดี พ่อก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้ว”
เสนาบดีเฮ่อไม่คิดว่าบุตรสาวและลูกเขยจะสามารถแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ได้ ในใจของเขา หากสามารถท าให้คนในครอบครัวมีชีวิตรอดการที่เขาต้องตายไปคนเดียวก็ไม่เป็นไรโม่จิ่วเยี่ยก้าวมาข้างหน้า “ท่านพ่อตา ข้ากับหร่านหร่านมาเมืองหลวงก็เพื่อกวาดล้างคนของจักรพรรดินีให้หมดสิ้น ท่านเชื่อข้าเถอะข้าโม่จิ่วเยี่ยจะต้องท าตามที่พูดไว้อย่างแน่นอน”เพื่อให้เสนาบดีเฮ่อเชื่อในค าพูดของตน โม่จิ่วเยี่ยจึงกล่าวต่อไปว่า “ข้าคิดว่าท่านคงจะรู้เรื่องนี้แล้ว ไม่นานมานี้เมืองมณฑลของซีเป่ยส่งรายงานมาว่า มีชาวบ้านกว่าสองร้อยคนถูกสังหาร”ได้ยินถึงตรงนี้ เสนาบดีเฮ่อก็เบิกตากว้างด้วยค