วามตกใจ “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสกุลโม่จริงหรือ?”นึกถึงเหล่านักฆ่าเหล่านั้น ดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยก็เผยแววเยียบเย็นออกมาโดยไม่รู้ตัว“คนเหล่านั้นถูกสกุลโม่สังหารจริง แต่พวกเขาไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นนักฆ่าที่จักรพรรดินีส่งมาท าลายล้างคนสกุลโม่ต่างหาก ท่านพ่อตาโปรดคิดดูสักหน่อย สกุลโม่ของข้าถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สั่งให้ริบทรัพย์และเนรเทศไปซีเป่ยแล้ว แต่จักรพรรดินียังไม่คิดจะปล่อยพวกข้าไป บัดนี้พวกข้าสกุลโม่ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างแล้วแค่ต้องการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างสงบสุข แต่กลับมีคนไม่ยอมปล่อยให้เป็นเช่นนั้น”
“เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว แม้จะต้องแบกรับข้อหากบฏข้าก็ยอมท าทุกอย่าง”“ตามหลักแล้ว ค าพูดที่ขัดต่อราชบัลลังก์เช่นนี้ไม่ควรกล่าวต่อหน้าท่านเสนาบดีเฮ่อผู้จงรักภักดี แต่ยามนี้ต่างไปจากวันวาน เป็นข้าราชการผู้ซื่อสัตย์แล้วอย่างไรเล่า? ก็ยังคงต้องถูกพวกคนเจ้าเล่ห์หมายตาอยู่ดีไม่ใช่หรือ?”เป็นไปตามที่โม่จิ่วเยี่ยคิดไว้จริง ๆ วันนี้เสนาบดีเฮ่อได้ฟังค าพูดของเขาแล้ว อีกฝ่ายไม่เพียงไม่ได้ต าหนิ แต่กลับฉุกคิดขึ้นมาหลังจากผ่านไปนาน เขาจึงถามโม่จิ่วเยี่ยกลับว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ฝ่ายจักรพรรดินีมีอ านาจมากแค่ไหน ไม่ต้องพูดถึงขุนนางในราชส านักที่เข้าร่วมกับนางมากกว่าครึ่ง แม้แต่ทหารองครักษ์และทหารรักษาเมืองก็ถูกเปลี่ยนเป็นคนของนางไปหมดแล้ว หากเจ้าต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ก็มีเพียงจ