ที่จะตายอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุตรสาวของตน เรื่องเช่นนี้เขาไม่อยากจะกล่าวออกมา
เสนาบดีเฮ่อไม่ต้องการจะพูด แต่ลุงเฟิงกลับอดใจไม่ไหว
เขาเห็นว่านายท่านของตนยังคงลังเลไม่ยอมเอ่ยปาก จึงก้าวออกมาพูดว่า “คุณหนู ข้าขอร้องท่านให้ช่วยเกลี้ยกล่อมนายท่านด้วยเถิด! เมื่อวานซืนนายท่านได้ไล่ข้ารับใช้ในจวนออกไปจนหมดแล้ว เตรียมพร้อมที่จะไปตายเสียด้วยซ ้า หากไม่ใช่เพราะข้ายืนกรานจะอยู่ต่อ นายท่านคงจะไล่แม้แต่ข้าออกไปด้วย”
“เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ อย่าได้พูดเรื่องพวกนี้กับหร่านหร่าน นางเป็นเพียงสตรี ไม่เหมาะที่จะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้” เสนาบดีเฮ่อขู่ตวาดลุงเฟิงอย่างดุดัน ไม่ยอมให้เขาพูด
ลุงเฟิงเพิ่งจะหาเส้นฟางที่จะช่วยชีวิตนายท่านของตนได้ จะยอมหยุดได้อย่างไร
“นายท่าน วันนี้ต่อให้ท่านจะฆ่าข้า ข้าก็ต้องบอกคุณหนูให้ได้ต้องให้คุณหนูพาท่านออกไปจากสถานที่อันตรายนี้ให้ได้”
พูดจบ ลุงเฟิงไม่สนใจค าเตือนของเสนาบดีเฮ่อเลย กลับหันไปพูดกับเฮ่อจือหร่านอีกครั้งว่า “คุณหนู ไม่ว่าอย่างไรท่านต้องเกลี้ยกล่อมนายท่านให้ออกไปจากที่นี้ให้ได้นะขอรับ ตอนนี้ฝ่ายของจักรพรรดินีไม่อาจทนนายท่านได้อีกต่อไปแล้ว…”
“นายท่านอุทิศชีวิตส่วนใหญ่รับใช้ราชส านักอย่างทุ่มเทและจริงจัง ไม่ควรจบลงเช่นนี้ เมื่อครู่คุณหนูก็เห็นแล้ว หากไม่ใช่เพราะคุณหนูและท่านเขยอยู่ที่นี่ นายท่านคงเสียชีวิตไปแล้ว…”
ลุงเฟิงพูดต่อไม่ออกแล้ว ดวงตาแดงก