ิ่วเยี่ย แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ทางด้านนี้ โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งจะยื่นมือไปบีบคอของขันทีหลิว ลุงเฟิงก็ถือไม้กระบองขนาดเท่าแขนพังประตูเข้ามา
เดิมทีเขาคิดว่าจะตายตามท่านเสนาบดีไป แต่วันนี้คุณหนูและท่านเขยกลับมาแล้ว ท่านเสนาบดีเฮ่อคงจะไม่เลือกท าเช่นนั้น
ในเมื่อต้องสู้ตาย เขาก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย
“เจ้าสุนัขขันที่ กล้าดีมารังแกนายท่านกับคุณหนูรึ สมควรตาย!!”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นลุงเฟิงเดินเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน จึงรีบโยนขันทีหลิวที่เกือบจะถูกเขาบีบคอตายไปให้
ร่างที่อ้วนท้วนของขันทีหลิวลอยไปตามแรงของโม่จิ่วเยี่ยเหมือนก้อนเนื้อที่ตกลงไปที่เท้าของลุงเฟิง
ลุงเฟิงก็ว่องไวไม่แพ้กัน ไม้กระบองที่เพิ่งยกขึ้นก็ฟาดลงบนร่างของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ครั้งนี้ลุงเฟิงใช้แรงทั้งหมดที่มี ขันทีหลิวถูกตีจนไม่ทันได้ร้องก็สลบไปเสียแล้ว
ในเมื่อโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านเลือกที่จะปรากฏตัวต่อหน้าขันทีเหล่านี้แล้ว ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยให้พวกเขามีชีวิตรอด
ทั้งสองคนต่างมีความแม่นย าในการลงมือ สามารถมั่นใจได้ว่าขันทีสองคนที่ถูกท าให้หมดสติเป็นคนแรกนั้นจะไม่ฟื้นขึ้นมาภายในครึ่งชั่วยาม
ขันทีหลิวก็ถูกไม้กระบองของลุงเฟิงฟาดเอาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
“ท่านพ่อ คนพวกนี้ถูกจักรพรรดินีส่งมา นางต้องการเอาชีวิตท่านหรือ?”
ในเวลานี้ราชส านักก าลังวุ่นวาย เสนาบดีเฮ่อไม่เต็มใจที่จะร่วมมือกับฝ่ายของจักรพรรดินี เป็นธรรมดาที่เขาได้เตรียมพร้อม