เยี่ยเช่นกัน
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบุตรสาวของเขาได้เรียนรู้วิทยายุทธ์เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด
อีกทั้งเมื่อเห็นนางอยู่ใกล้กับขันทีหลิวขนาดนั้น เขาก็กลัวว่าขันทีหลิวจะหมดหนทางแล้วท าอะไรบ้า ๆ โดยจับตัวนางไว้เป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่เขา
“หร่านหร่าน มายืนข้างพ่อ อย่าได้เสียเวลาพูดจากับคนแบบนี้เลย”
เสนาบดีเฮ่อได้เตรียมใจพร้อมที่จะตายไปแล้ว หากวันนี้บุตรสาวและบุตรเขยไม่ได้มา เขาอาจจะดื่มยาพิษในขวดบนโต๊ะนั้นไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คนที่เขารักและห่วงใยอยู่ที่นี่ เขาจะท าแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
ดูเหมือนว่าเขาจ าเป็นต้องสู้กับขันทีหลิวนี้จนถึงที่สุดแล้ว
พูดถึงการสู้จนถึงที่สุด เขากลับลืมโม่จิ่วเยี่ยไปเสียสนิท เมื่อมีเทพสงครามแห่งต้าซุ่นในอดีตอยู่ที่นี่ จะปล่อยให้พ่อลูกตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร?
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ต้องการให้เฮ่อจือหร่านเสี่ยงอันตรายใด ๆ เขาจึงยืนขวางหน้าพ่อลูกตระกูลเฮ่อทั้งสอง จ้องมองขันทีหลิวตรง ๆ
จากสายตาเยือกเย็นของเขา ไม่ยากที่จะตัดสินได้ว่า เขามองขันทีหลิวราวกับก าลังมองศพ
ลุงเฟิงยืนฟังความเคลื่อนไหวอยู่นอกประตูห้องหนังสือ เขารู้ดีถึงความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย และทราบว่าเมื่อมีเขาอยู่ ท่านเสนาบดีและคุณหนูจะไม่ตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเขาจึงยืนหยัดท าหน้าที่อย่างซื่อสัตย์อยู่ตรงนั้น
เมื่อครู่นี้เขาได้ยินท่านเสนาบดีเฮ่อเรียกคุณหนูให้ไปอยู่ข้าง ๆตัวเอง แม้จะวางใจในความสามารถของโม่จ