ลังฉากกั้น เขาก็คอยสังเกตสถานการณ์โดยรอบอย่างระมัดระวัง และมั่นใจว่าวันนี้มีเพียงคนสามคนนี้ที่มาที่จวนเสนาบดี
ดังนั้นเมื่อเฮ่อจือหร่านตั้งใจจะปรากฏตัว เขาก็เตรียมพร้อมสนับสนุน
ขันทีหลิวไม่รู้จักคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่
จากค าพูดของเฮ่อจือหร่านก็สามารถตัดสินตัวตนของนางได้เพียงแต่ขันทีหลิวไม่ค่อยเชื่อว่า คุณหนูตระกูลเฮ่อที่แต่งเข้าสกุลโม่ได้เพียงสองวันก็ถูกเนรเทศไปซีเป่ย จะมาปรากฏตัวในเมืองหลวงได้อย่างไร?
ต้องบอกว่าขันทีหลิวคนนี้ก็ยังมีสมองอยู่บ้าง
ถึงแม้ว่าในใจเขาจะสงสัยในตัวตนของหญิงสาวที่พูดอยู่ตรงหน้าแต่เขาก็เห็นกระบวนการลงมือของคนทั้งสองเมื่อครู่อย่างชัดเจน
ความคล่องแคล่วว่องไวนั้นเทียบชั้นได้กับเหล่าองครักษ์ลับข้างกายจักรพรรดินี แน่นอนว่าต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญยุทธ์
ขันทีหลิวก็นับว่ารู้กาลเทศะ ไม่จ าเป็นต้องให้เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยเตือนเขาไม่ให้ส่งเสียง เขาก็ปิดปากเงียบเองโดยสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม เพื่อพิสูจน์ตัวตนของคนตรงหน้า เขาก็ยังคงถามด้วยน ้าเสียงปกติว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่?”
เฮ่อจือหร่านหัวเราะเยาะเย้ย
“ฮึ… เมื่อครู่เจ้ายังข่มขู่ท่านพ่อของข้า ให้จักรพรรดินีส่งคนไปซีเป่ยเอาชีวิตข้ามิใช่หรือ? เป็นไรไป? ตอนนี้ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วเจ้ากลับจ าข้าไม่ได้?”
ในตอนนี้ท่านเสนาบดีเฮ่อได้ตกตะลึงไปแล้ว เมื่อครู่นี้เขาก็ได้เห็นการเคลื่อนไหวของเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่ว