นีไปคนเดียวเพื่อเอาชีวิตรอด
ดังคาด เฮ่อเยวียนหมิงหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆๆๆๆ… ข้ารู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง ดังนั้นข้าจึงส่งครอบครัวและข้ารับใช้ทั้งหมดออกไปล่วงหน้าแล้ว แม้ข้าจะตาย ก็ไม่จ าเป็นต้องมีใครมาเดินบนเส้นทางสู่ยมโลกกับข้า”
“เจ้า… เจ้าบังอาจนัก!!” ขันทีหลิวไม่คิดว่าเสนาบดีเฮ่อจะท าเรื่องถึงขนาดนี้ ก่อนที่เขาจะออกมาปฏิบัติหน้าที่ จักรพรรดินีได้ก าชับไว้ว่า เสนาบดีเฮ่อเป็นคนดื้อรั้น หากเขาไม่กลัวตาย ก็ให้ใช้ครอบครัวของเขามาข่มขู่
ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
แบบนี้เขาจะมีอะไรมาข่มขู่อีกฝ่ายได้
ขันทีหลิวกลอกตาไปมา ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้
“เจ้าอย่าลืมว่า บุตรสาวของเจ้ายังอยู่ที่ซีเป่ย เพียงแค่จักรพรรดินีตรัสค าเดียว ส่งคนออกไปหนึ่งกอง เจ้าคิดว่านางจะยังมีโอกาสรอดชีวิตหรือไม่”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านก็ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป
นางและโม่จิ่วเยี่ยเดินออกมาจากหลังฉากกั้นพร้อมกัน
ทั้งสองคนเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกัน ฉวยโอกาสที่ขันทีหลิวไม่ทันระวังตัว เข้าไปด้านซ้ายและขวาของเขา ท าให้ขันทีสองคนที่อยู่ข้าง ๆ สลบไป
จากนั้นนางก็หัวเราะเยาะอย่างเย็นชาว่า “หากต้องการฆ่าข้า ไม่จ าเป็นต้องไปถึงซีเป่ย ตอนนี้ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว ดูซิว่าเจ้าจะมีความสามารถหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยเป็นผู้ฝึกฝนวิชายุทธ์ ความสามารถในการรับรู้ถึงอันตรายรอบตัวนั้นแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
ตอนที่เขาหลบอยู่ห