ขันทีหลิว เขารู้สึกพอใจในใจยิ่งนักแม้แต่ในใจก็ยังด่าเสนาบดีเฮ่อว่า ปกติกระดูกแข็งนัก พอจักรพรรดินีเอาจริง ก็ยังกลัวจนเหงื่อแตก?ด้วยความคิดเช่นนี้ ขันทีหลิวจึงมองเสนาบดีเหอด้วยสายตาดูแคลนยิ่งขึ้นเขาพาขันทีสองคนเดินเข้าไปในห้องหนังสืออย่างอวดดี นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหลักที่โต๊ะท างาน ขันทีสองคนที่น ามาก็ยืนอยู่เคียงข้างอย่างเรียบร้อยหากเป็นในอดีต ขันทีตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งย่อมไม่กล้าวางท่าเช่นนี้ต่อหน้าท่านเสนาบดีเฮ่อเป็นอันขาด จากเหตุการณ์นี้จึงเห็นได้ว่าสถานการณ์ของท่านเสนาบดีเฮ่อในตอนนี้ไม่สู้ดีนักเสนาบดีเฮ่อพยายามควบคุมความคิดให้สงบ ยืนตัวตรง“ขันทีหลิว พวกขุนนางทั้งหมดในราชส านักต่างรู้ดีว่าข้าเชื่อฟังแต่เพียงองค์จักรพรรดิเท่านั้น ข้าไม่เคยมีส่วนร่วมในการแย่งชิง
ต าแหน่งรัชทายาท หากวันนี้ท่านมาเพื่อโน้มน้าวข้า ก็ไม่ต้องเสียเวลาพูดอะไรอีก!”เขาได้เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว แม้ว่าสถานการณ์จะบีบบังคับให้เขาไม่สามารถวางตัวเป็นกลางได้ เขาก็จะไม่ยอมเข้าร่วมกับฝ่ายของจักรพรรดินีผู้เจ้าเล่ห์เช่นนั้นองค์ชายสี่ก็แค่เครื่องมือที่จักรพรรดินีใช้เพื่อช่วงชิงอ านาจเท่านั้น!แม้ว่าองค์ชายสี่จะเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์จริง แล้วอย่างไรเล่า?เด็กน้อยที่ยังไม่ทันรู้เดียงสาเช่นนั้น จะสามารถบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร?สุดท้ายอ านาจราชบัลลังก์ก็จะตกอยู่ในมือของตระกูลเซวีย นี่ต่าง