เยือนเป็นขันทีสามคน เสนาบดีเฮ่อไม่ใช่คนแปลกหน้าส าหรับพวกเขา
“ขันทีหลิว พาคนมาที่จวนของข้ายามดึกดื่นเช่นนี้มีธุระอันใดหรือ?”ขันทีหลิวเห็นเสนาบดีเฮ่อพูดด้วยน ้าเสียงไม่พอใจ จึงกล่าวด้วยน ้าเสียงประชดประชันว่า “โอ้… ท่านเสนาบดีเฮ่อช่างขี้ลืมจริง ๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน จักรพรรดินีไม่ได้เตือนท่านหรอกหรือว่าจะส่งคนมาที่จวนเพื่อพูดคุยกับท่าน? ข้าน้อยผู้ไร้ความสามารถ ได้รับค าสั่งจากจักรพรรดินีให้มาสนทนากับท่านเสนาบดีเฮ่อ”พูดจบ ดวงตาเล็ก ๆ ของขันทีหลิวก็กวาดมองไปรอบ ๆ ห้องหนังสือท้ายที่สุดแล้ว ด้านหลังฉากบังตายังซ่อนโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านอยู่ ในตอนนี้จะบอกว่าเสนาบดีเฮ่อไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจก็คงเป็นเรื่องโกหกขณะที่เขาก าลังคิดจะหยุดขันทีหลิวไม่ให้มองส ารวจต่อไป ขันทีหลิวก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง“พวกข้ามาถึงที่นี่แล้ว ท่านเสนาบดีเฮ่อไม่คิดจะเชิญพวกข้าเข้าไปนั่งพูดคุยกันหน่อยหรือ?”ความจริงแล้ว เสนาบดีเฮ่อได้เตรียมใจพร้อมที่จะตายมานานแล้ว หากไม่ใช่เพราะมีโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านอยู่ด้วย ตอนนี้เขาคงไม่อยากจะเสแสร้งแกล้งท าดีกับคนอย่างขันทีหลิวเลย ด้วยความจ า
ยอม เพื่อความปลอดภัยของลูกสาวและลูกเขย เขาจึงต้องฝืนใจไปต่อรองกับอีกฝ่ายไม่เพียงเท่านั้น เพราะความเป็นห่วงความปลอดภัยของโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านหน้าผากของเสนาบดีเฮ่อที่ก าลังตื่นเต้นก็เริ่มมีเหงื่อผุดออกมาแล้วภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของ