่ยได้เรียนรู้ความรู้ทางการแพทย์มาบ้างจากเฮ่อจือหร่านเขาจึงลองจับชีพจรของโจวเหล่าปาก่อน แม้จะอ่อนแรง แต่ก็ยังสามารถรู้สึกได้ส่วนเหตุผลที่โจวเหล่าปาหมดสติ เขาก็ไม่สามารถสรุปได้ตามหลักการแล้ว สถานการณ์เช่นนี้หากเฮ่อจือหร่านได้ตรวจดูก็จะเข้าใจได้ทันที่ แต่เฮ่อจือหร่านตอนนี้ก าลังอยู่ในช่วงอยู่ไฟ จึงไม่สะดวกที่จะออกมาตรวจร่างกายให้โจวเหล่าปาได้โม่จิ่วเยี่ยนึกขึ้นได้อย่างฉับพลัน นึกถึงพี่ชายคนโตของภรรยาเฮ่อซื่อหมิงแม้จะได้รับการขนานนามว่าเป็นหมอต าแยผู้เลื่องชื่อแต่ก็เป็นแพทย์ ย่อมไม่ใช่ว่าจะรักษาได้แต่โรคของสตรีเท่านั้นโม่จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเบาว่า “ใครก็ได้ไปเชิญพี่เขยของข้ามาที”
“ข้าจะไป” เมิ่งไห่หนิงอาสาก้าวออกมาด้วยความสมัครใจวันนี้เขาได้แสดงจุดยืนต่อหน้าท่านพ่อตาแล้ว ส าหรับเรื่องของสกุลโม่นั้น เขาย่อมทุ่มเทอย่างสุดก าลังไม่นาน เมิ่งไห่หนิงก็พาเฮ่อซื่อหมิงมาถึงเฮ่อซื่อหมิงช่วยจับชีพจรให้โจวเหล่าปาแล้วกล่าวว่า “ร่างกายของเขาคงไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน อีกทั้งยังมีอาการบาดเจ็บภายในด้วย”พูดถึงอาการบาดเจ็บภายใน ไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่าพี่น้องสกุลโม่อีกแล้วพวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกฝนวิชายุทธ์ บนสนามรบก็มักจะได้รับบาดเจ็บภายในร่างกายอยู่บ่อยครั้งโม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปข้างหน้าแล้วดึงเสื้อของโจวเหล่าปาออกนอกจากผอมแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติเขาค่อย ๆ พลิกร่างอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง สิ่งที่เห็นคือรอยแส้นับไ