าเมิ่งไห่หนิงสามารถเข้าใจความหมายของเขาได้เมิ่งไห่หนิงลุกขึ้นยืนอย่างจริงจัง แล้วค านับโม่ฉิง“ท่านพ่อตา ไห่หนิงไม่ใช่คนขี้ขลาดหวาดกลัวความตาย บัดนี้ข้าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้คนในสกุลโม่ ก็ได้ถือว่าตนเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสกุลโม่แล้ว หากสกุลโม่ประสบความยากล าบาก ข้าจะถอยหนีเพื่อเอาตัวรอดได้อย่างไร”“หากท าเช่นนั้น ต่อให้ท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่ก็คงไม่ให้อภัยข้าแน่”“ในต ารานักปราชญ์กล่าวไว้ว่า คนเราอาจไร้ความสามารถได้แต่จะไร้น ้าใจและคุณธรรมไม่ได้ อีกทั้งข้าก็เข้าใจสถานการณ์ของ
สกุลโม่เป็นอย่างดี ตอนที่ทานปู่ของข้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านก็เคยถูกคนสงสัยเช่นกัน…”คนที่สงสัยนั้น ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าคือจักรพรรดิซุ่นอู่ผู้โง่เขลา“ท่านพ่อตา เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าก็จะบอกความจริงทั้งหมด แต่เดิมข้าไม่คิดจะรับราชการ เพราะท่านปู่ของข้าถูกใส่ร้ายจนต้องตาย ข้าแค่อยากใช้ความพยายามของตัวเองเพื่อล้างมลทินให้ท่านปู่”“แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในราชส านัก ข้าได้เห็นทุกอย่างแล้วราชวงศ์ ต้าซุ่นที่มีจักรพรรดิโง่เขลาเช่นนี้ ก็คือฝันร้ายของประชาชนนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น ไห่หนิงก็ฝึกวิชายุทธ์มาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่เก่งเท่าพี่ชายทั้งหลาย แต่การปกป้องหานเยี่ยก็ไม่ใช่ปัญหา ขอให้ท่านเชื่อมั่นในตัวไห่หนิงด้วย ตราบใดที่ข้ายังหายใจอยู่ ข้าจะปกป้องหานเยี่ยให้ดี ข้าก็จะร่วมเป็นร่วมตายกับสกุลโม่เช่นกัน”โม่ฉิงไม่คิดว่าเมิ