ท่านสามารถติดต่อกับที่ปรึกษาผู้หนึ่งของหนานฉีที่นั่นได้ เขาชื่อเฟ่ยหนานอวี่ บางทีเขาอาจช่วยท่านได้”ส าหรับฐานะของเฟ่ยหนานอวี่ โม่จิ่วเยี่ยคิดจะเก็บไว้เป็นความลับหลังจากที่หนานรุ่ยออกจากซีเป่ยไปแล้ว เขาจะให้เสี่ยวไป๋ส่งจดหมายไปบอกเฟ่ยหนานอวี่เกี่ยวกับการที่หนานรุ่ยเข้าเมืองหลวงตราบใดที่คนทั้งสองสามารถร่วมมือกันได้ ก็จะมีอ านาจต่อรองในการต่อสู้มากขึ้นส่วนเฟ่ยหนานอวี่จะเลือกเปิดเผยตัวตนจริงของตนให้หนานรุ่ยรู้หรือไม่ นั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาเพราะหนานรุ่ยไม่มีความตั้งใจที่จะแย่งชิงราชบัลลังก์ หากทั้งสองได้พบปะ แน่นอนว่าจะกลายเป็นก าลังส าคัญของกันและกันหนานรุ่ยพยักหน้า “เมื่อถึงเมืองหลวง หากจ าเป็นข้าจะติดต่อเขา” เมื่อกล่าวจบ เขาก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“ได้เวลาแล้ว ข้าจะกลับไปจัดการตระเตรียม พรุ่งนี้เช้าจะได้ออกเดินทาง”โม่จิ่วเยี่ยก็กลับไปยังเรือนของพ่อแม่ เล่าเรื่องที่หนานรุ่ยจะเข้าเมืองหลวงให้พวกเขาฟังโม่ฉิงพลันรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง“ไม่นึกเลยว่า องค์ชายหนานรุ่ยจะเป็นคนที่ซื่อสัตย์และมีคุณธรรมที่สุด”เขาเองหาได้โง่เขลาไม่ หนานรุ่ยทิ้งเต๋อเฟยเหนียงเหนียงไว้ที่ซีเป่ย ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คนสกุลโม่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเขาเมื่อเขาท าถึงขนาดนี้แล้ว หากยังสงสัยในตัวเขาอีก คาดว่าในโลกนี้ย่อมไม่มีผู้ใดที่น่าเชื่อถืออีกต่อไปถึงแม้ว่าทุกคนต่างรู้ถึงเจตนาที่หนานรุ่ยทิ้งเต๋อเฟยเหนียงเหนียงไว้ ฮ