ูหยินผู้เฒ่าก็ยังตั้งใจจะดูแลเต๋อเฟยเหนียงเหนียงเป็นอย่างดีไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นเปรียบดั่งพี่น้องที่สนิทสนมกัน“ตั้งแต่พรุ่งนี้ ข้าจะไปหาเต๋อเฟยเหนียงเหนียงทุกวัน หนานรุ่ยเข้าเมืองหลวง นางย่อมเป็นผู้ที่กังวลใจมากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนนาง”“อืม ล าบากท่านแม่แล้ว”
…โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน สามีภรรยาคู่นี้แทบไม่เคยมีความลับเรื่องที่หนานรุ่ยเข้าเมืองหลวง เขาก็ต้องเล่าให้ภรรยาฟังแน่นอนเฮ่อจือหร่านมีมุมมองเช่นเดียวกับเขา ทั้งสองต่างเห็นว่าหนานรุ่ยเป็นคนที่สกุลโม่สามารถไว้ใจได้ในตอนนี้นางถึงกับเคยคิดว่า คงจะดียิ่งหากหนานรุ่ยขึ้นครองบัลลังก์เช่นนี้ สกุลโม่คงไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดมาปองร้ายอีกเพียงแต่ว่า เรื่องเช่นนี้ไม่สามารถบังคับได้ ส่วนหนึ่งคือ นางและโม่จิ่วเยี่ยไม่มีใจจะร่วมสู้รบในราชส านัก อีกทั้งไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เพราะพวกเขาเองเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาท าได้เพียงปล่อยไปตามธรรมชาติตราบใดที่ไม่มีผู้ใดคิดร้ายต่อสกุลโม่ พวกเขาก็พร้อมจะมองผ่านเกียรติยศและความมั่งคั่งทั้งปวงเมื่อฟ้าเริ่มมืด โม่จิ่วเยี่ยได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงเฟ่ยหนานอวี่ และให้เสี่ยวไป๋ส่งไปยังเมืองหลวงช่วงนี้เฮ่อจือหร่านพักผ่อนได้ไม่ดีนัก เนื่องจากเจ้าตัวน้อยสองคนในท้องเริ่มซุกซน ท าให้นางเพิ่งจะหลับก็ถูกปลุกขึ้นมาเสียแล้วยิ่งไปกว่านั้น