่องนี้นักแต่ถึงกระนั้น เรื่องที่เขาควรท า เขาก็ยังจะไปท า“ข้ามาครั้งนี้ เพื่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านเป็นส่วนหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งคือข้าว่าจะกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้”“กลับเมืองหลวงหรือ?” โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกประหลาดใจ
นับตั้งแต่หนานรุ่ยพาเต๋อเฟยเหนียงเหนียงมายังซีเป่ยแล้ว ไม่ว่าเขาจะพยายามทดสอบอย่างไร ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับเมืองหลวง การกระท าในวันนี้ท าให้คนงงงวยหนานรุ่ยเผยรอยยิ้มที่จริงใจ“เรื่องในเมืองหลวง ท่านแม่ของข้าก็รับรู้แล้ว ท่านแม่บอกว่าชีวิตของท่านเป็นหนี้สกุลโม่ บัดนี้สกุลโม่พบวิกฤติจึงขอให้ข้าช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้…”หนานรุ่ยหยุดพูดพักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อไป“ท่านก็รู้ว่า ตอนนี้ในวังหลวงไม่มีเต๋อเฟยเหนียงเหนียงอีกแล้วข้าและท่านแม่จากมาด้วยกัน ไม่คิดที่จะกลับไปเหยียบที่ที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอีก ดังนั้น ครั้งนี้ข้าจึงกลับเมืองหลวงโดยไม่สามารถพาท่านแม่ไปด้วย จึงต้องรบกวนท่านกับครอบครัวดูแลท่านแม่แทน เพื่อให้ข้าได้ท างานในเมืองหลวงโดยไร้กังวล”เมื่อพูดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็มั่นใจได้อย่างสมบูรณ์ว่าหนานรุ่ยไม่ได้คิดร้ายต่อสกุลโม่ไม่เพียงเท่านั้น เขายังต้องการช่วยเหลือสกุลโม่จริง ๆต้องรู้ว่าเต๋อเฟยเหนียงเหนียงเป็นบุคคลส าคัญที่สุดในชีวิตของหนานรุ่ย หากไม่ใช่เช่นนั้น เขาคงไม่เสี่ยงกับความผิดในการหลอกลวงองค์จักรพรรดิโดยท าให้เต๋อเฟยเหนียงเหนียงเสมือนตายอีกทั้งยัง