่ำยีเรา ข้าคิดว่าลงมือก่อนย่อมดีกว่าต้องคอยแก้ปัญหาในภายหลัง”“เจ้ำบุ่มบ่ำมเกินไป!” โม่ฉิงดุบุตรชายคนรอง“ท่านพ่อ จากที่น้องเก้ำเล่ำ แม้พวกเราจะไม่ลงมือ แต่จักรพรรดิซุ่นหวู่ก็จะยัดข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงกับพวกเรา สุดท้ำยก็ต้องก่อกบฏอยู่ดี” โม่ชูหานเข้าใจความรู้สึกของพี่รองที่สุดโม่ฉิงไม่ใช่ไม่เข้าใจความรู้สึกของบุตรชายทั้งสอง เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของพวกเขำเท่านั้น
“เมื่อครู่จิ่วเยี่ยบอกแล้ว ว่าจักรพรรดินีรับเลี้ยงองค์ชายสี่ เพื่อจะช่วยให้หนานเหิงขึ้นครองบัลลังก์ ตระกูลเซวียได้สร้ำงพรรคพวกมากมายในราชสานัก”เมื่อไหร่ที่จักรพรรดิสวรรคต หนานฉีอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตระกูลเซวียอีกต่อไป หากองค์ชายสี่ขึ้นครองราชย์ได้สาเร็จ แผ่นดินนี้ก็จะกลายเป็นของตระกูลเซวียโดยแท้ถึงเวลานั้น พวกเขำจะยิ่งเผชิญความยากลาบำกที่หนักหนากว่ารัชสมัยของอดีตจักรพรรดิหลายเท่ำโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่เห็นด้วยกับการบุกไปเมืองหลวงเพื่อสังหารองค์จักรพรรดิด้วยเหตุผลนี้“พี่รอง พี่แปด ข้าเห็นว่าพวกเราควรหาวิธีกำจัดอานาจของตระกูลเซวียก่อน แล้วค่อยหาทำงลอบสังหารองค์จักรพรรดิ มีแต่ต้องทำเช่นนี้ถึงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่ำงถำวร แน่นอนว่าในซีเป่ยพวกเราไม่ควรประมาท ต้องคอมระมัดระวังเต็มที่ หากมีใครคิดร้ำยต้องไม่ปล่อยให้ลอยนวล”แม้พี่รองและพี่แปดจะใจร้อนอยู่บ้ำง แต่ก็ไม่ได้ขำดสติเสียทีเดียวพอบิดำและโม่จิ่วเยี่ยเตือนเช่นนี้ ทั้งสองก็สงบลง“